ค้นหา  ·  หัวข้อเรื่อง  ·  เข้าระบบ  ·  เผยแพร่เรื่อง
                      สมัครสมาชิก  

หนังสือใหม่

ผลงานล่าสุด
ของ อ.ฟารีด เฟ็นดี้


อีซีกุโบร์



พิธีกรรมยอดฮิตติดอันดับของเมืองไทย อิซีกุโบร์ พิธีกรรมเซ่นสังเวยดวงวิญญาณ วิเคราะห์เจาะลึกถึงที่มาพร้อมวิเคราะห์หลักฐาน คนกินข้าว ผีกินบุญ จริงหรือ ?

อุศ็อลลี



เหนียตและการตะลัฟฟุซแตกต่างกันอย่างไร แสดงที่มาของการกล่าวอุศ็อลลี แจงเหตุที่มาและบทวิเคราะห์ทางวิชาการ

ซัยยิดินา



การเพิ่มซัยยิดินาในศอลาวาต เป็นฮะดีษศอเฮียะห์จริงหรือ แจงเหตุที่มาและบทวิเคราะห์ทางวิชาการ

การยกมือตั๊กบีร
ระหว่างสองสุญูด




การยกมือตั๊กบีรระหว่างสองสุญูด เป็นซุนนะห์จริงหรือ วิเคราะห์หลักฐานที่กล่าวกันว่าท่านนบีกระทำเป็นบางครั้งจริงหรือไม่

วะบิฮัมดิฮี



หลักฐานการอ่านวะบิฮัมดิฮีในรุกัวอ์และสุญูดถูกต้องหรือ เชคอัลบานีว่าเป็นฮะดีษ ศอเฮียะห์จริงหรือไม่ พิสูจน์หลักฐานตามศาสตร์ของฮะดีษ เพื่อคุณจะได้มีคำตอบแก่ตัวเอ

วาญิบต้องศอลาวาต
ในตะชะฮุดแรกหรือ




ชี้แจงมุมมองของเชคอัลบานี ที่ตกทอดสู่เมืองไทย ถ้าไม่อ่านศอลาวาตในตะชะฮ์ฮุดแรกละหมาดใช้ไม่ได้ หากลืมก็ต้องสุญูดซะฮ์วี จริงหรือ อ่านวิเคราะห์หลักฐานทางวิชาการ เพื่อคุณจะได้มีคำตอบแก่ตัวเอง

รู้ทันชีอะฮ์



เผยกลลวงของชีอะห์ในการดึงมุสลิมออกจากอิสลาม
ตอบโต้ข้อกล่าวหา,ใส่ร้าย,ประณามศอฮาบะห์

ติดต่อและสั่งซื้อได้ที่
คุณยะอ์กู๊บ น้อยนงค์เยาว์
084 0004619


เมนูหลัก

 บริการหลัก
หน้าแรก
ถามตอบ
ติดต่อสอบถาม
แนะนำบอกต่อ
ค้นหา
แสดงสถิติ
ผลสำรวจ
ยอดฮิตติดอันดับ
 บริการสมาชิก
รายนามสมาชิก
เข้าระบบ(สมัครสมาชิก)
 บริการข่าวสาร
เผยแพร่เรื่องหรือบทความ
 บริการอื่นๆ
ห้องแสดงภาพ
ฮะดีษแปลไทย


บทความรายวิชา








วิเคราะห์ข้อขัดแย้ง

  ศอฮาบะห์กางเต้นท์อ่านอัลกุรอานบนกุโบร์หรือ
  อัลกอมะห์กับแม่
  อิสลามเปลี่ยนวันใหม่ตอนมักริบไม่ใช่เที่ยงคืน
  เฝ้ากุโบร์ไม่ฮะราม..หรือ
  วิพากษ์หลักฐานเรื่องทำกุรบานให้คนตาย
  ถือศีลอดสิบวันแรกเดือนซุ้ลฮิจญะห์เป็นฮะดีษศอเฮียะห์หรือไม่
  วันที่ 9 ซุ้ลฮิจญะห์ที่ไม่มีอะรอฟะห์
  มีหลักฐานห้ามไหม
  กล่าวเท็จต่อท่านนบีว่า ท่านอ่านอัลกุรอานในกุโบร
  วิพากษ์หลักฐานการอ่านอัลกุรอานที่กุโบร์ ตอนที่ 3 คำรายงานที่ถูกต้องจากอิบนิอุมัร

[ดูเรื่องทั้งหมด]

บทความทั่วไป

  ทำบุญประเทศ
  เมื่อโลกหยุดหมุน
  ผีแม่ซื้อ
  ประเพณีการแต่งงานของมุสลิมภาคใต้
  อาซูรอ 10 มุฮัรรอม กับตำนานกวนซุฆอ
  เมาตาคือใคร
  ...ทาส... ตอนที่ 2
  ...ทาส... ตอนที่ 1
  เผยอะกีดะห์กลุ่มดะอ์วะห์ ตอนที่ 2
  เผยอะกีดะห์กลุ่มดะอ์วะห์ ตอนที่ 1

[ดูเรื่องทั้งหมด]

เหมือนหรือต่าง

ภาพเปรียบเทียบระหว่างพิธีการทรมานตนเองของชาวชีอะฮ์ อิหม่าม 12 ในวันที่ 10 มุฮัรรอมของทุกปี กับม้าทรงของศาลเจ้าสามกอง ในงานประจำปี จ.ภูเก็ต


ชีอะฮ์อิหม่ามสิบสอง

ม้าทรงศาลเจ้าสามกอง

ชีอะฮ์อิหม่ามสิบสอง

ม้าทรงศาลเจ้าสามกอง

ชีอะฮ์อิหม่ามสิบสอง


คุตบะห์


เวบลิ้งค์

มรดกอิสลาม
อัซซุนนะห์
ซุนนะห์ไซเบอร์
ชมรมวะรอซะตุซซุนนะฮฺ แนวร่วมมุสลิมต่อต้านรอฟิเฏาะ - ร่วมต่อต้านวันนี้ หรือจะรอให้สายเกินไป



ภรรยาของท่านนบีคืออะฮ์ลุ้ลบัยต์




               ก่อนที่จะคุยในรายละเอียดขอเทียบคำทางภาษาให้ท่านทราบก่อนด้วย คำว่า “ مدينة الرسول ” แปลว่า “เมืองของท่านรอซูล.”  ซึ่งต่อมาได้ถูกเรียกกันติดปากว่าด้วยคำสั้นๆว่า  “ مدينة ”  แปลว่า “เมือง ”  ซึ่งคำสั้นๆ เช่นนี้เป็นที่รู้และเข้าใจกันเป็นอย่างดีว่าหมายถึงเมืองของท่านนบี

              
เช่นเดียวกับคำว่า “  أهل بيت النبي” แปลว่า “คนครอบครัวของท่านนบี” หรือ “คนในบ้านของท่านนบี”  ซึ่งถูกเรียกกันติดปากด้วยคำสั่นๆว่า  “أهل البيت” (อะฮ์ลุ้ลบัยต์)  แปลว่า “คนในบ้าน”หรือ “ครอบครัว” แต่เมื่อกล่าวแล้ก็เป็นที่เข้าใจกันอย่างดีว่า คำสั้นๆนี้หมายถึงคนในบ้านหรือครอบครัวของท่านนบี มูฮัมหมัด ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัมนั่นเอง

              
ทั้งซุนนะห์ และ ชีอะฮ์ ต่างก็เชื่อว่า อะฮ์ลุ้ลบัยต์ คือบุคคลในครอบครัวของท่านนบีนั้นมีความสำคัญ เพราะเป็นบุคคลที่ท่านนบีสั่งกำชับให้เจริญรอยตามพวกเขา แต่ปัญหาของความเข้าใจที่แตกต่างกันระหว่างซุนนะห์ กับชีอะฮ์ก็คือ ใครคือ อะฮ์ลุ้ลบัยต์ ที่เป็นคนในบ้านหรือ เป็นคนในครอบครัวของท่านนบี มูฮัมหมัด ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม  ?  เราจะติดตามดูรายละเอียดของเรื่องนี้ทีละประเด็น


               ความหมายของอะห์ลุ้ลบัยต์ทางด้านภาษา 

              
เราขอเชิญชวนผู้อ่านให้พิสูจน์ความหมายทางภาษาของคำว่า “อะฮ์ลุ้ลบัยต์”  โดยการเลือกพจนานุกรมภาษาอาหรับเล่มใดก็ได้เพื่อหาความหมายคำทั้ง 3 ต่อไปนี้คือ أهل,   بيت, และ أهل البيت  นี่ไม่ใช่คำท้ายทาย แต่เพื่อเป็นการพิสูจน์ความหมายทางภาษา ซึ่งแน่นอนว่าพจนานุกรมภาษาอาหรับทุกเล่มจะให้ความหมายตรงกันด้วยคำว่า ครอบครัว  แต่เพื่อความมั่นใจท่านลองทวนความหมายกับพจนานุกรมเล่มอื่นอีกสักครั้ง แล้วท่านก็จะพบว่าผลลัพธ์ยังคงเดิม  ถ้าเช่นนั้นท่านลองถ่ายภาษาเพื่อดูความหมายของคำนี้ในภาษาอื่นๆ ด้วย แล้วท่านก็จะพบว่า ผลที่ได้มีความหมายตรงกันอย่างอัศจรรย์ใจคือ “ครอบครัว” ซึ่งเราจะแสดงให้ท่านเห็นดังนี้ 

              
คำว่า أهل   อะฮ์ลุล  เป็นคำนาม  หมายถึง ครอบครัว,ภรรยา,ลูก,ญาติ,เพื่อน,พวกพ้อง,มิตรสหาย
               คำว่า  بيت   บัยตุน เป็นคำนาม หมายถึง บ้าน,ที่พัก
              
คำว่า  أهل البيت  อะฮ์ลุ้ลบัยต์ เป็นคำที่ประกอบรวมกันจากสองคำคือ “อะฮ์ลุน” และ “อัลบัยต์” มีความหมายว่า ครอบครัว คือคนในบ้าน โดยสามีเป็นหัวหน้าครอบครัว และภรรยากับลูกๆรวมถึงบุคคลที่อาศัยชายคาเดียวกันเป็นสมาชิกภายในครอบครัว 

              
นี่คือนิยามคำว่า ครอบครัว หรือสมาชิกภายในบ้านของคนทั้งโลก ทุกยุคและทุกภาษา  เป็นคำที่พูดแล้วเข้าใจได้โดยไม่ต้องอาศัยการตีความ ฉะนั้นเมื่อกล่าวถึง “อะฮ์ลุ้ลบัยต์” ของท่านนบี จึงเป็นที่รู้และเข้าใจตรงกันว่า คือบุคคลที่อยู่ร่วมบ้านกับท่านนบี ได้แก่บรรดาภรรยาของท่านและลูกๆ ของท่านด้วย ซึ่งเป็นความหมายทางภาษาตามพจนานุกรมของคนทั้งโลกที่เชิญให้ท่านพิสูจน์มาแล้วข้างต้น 

               แต่คำว่า “อะฮ์ลุ้ลบัยต์ของท่านนบี”  ในความหมายของอุลามาอ์ชีอะฮ์ กลับไม่ได้หมายถึงภรรยาของท่านนบี พวกเขากำลังแสดงภาษาและความหมายกับความเข้าใจแตกต่างจากคนทั้งโลก ในขณะที่พวกเขาประกาศว่าศรัทธาต่อท่านนบี แต่พวกเขากลับกล่าวร้ายและประณามภรรยาของท่านนบี อีกทั้งปลูกฝังความเกลียดชังบรรดาภรรยาของท่านนบีให้แก่คนทั่วไป โดยเฉพาะท่านหญิงอิชะห์ และ ท่านหญิงฮับเซาะห์ ซึ่งหากเราสำรวจดูจากตำราของชีอะฮ์ก็จะพบว่า บรรดาอุลามาอ์ของชีอะฮ์ ได้ปฏิเสธว่าภรรยาของนบีคืออะฮ์ลุ้ลบัยต์ ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว คำว่า อะฮ์ลุ้ลบัยต์ เป็นคำภาษาอาหรับ ที่ชาวอาหรับเข้าใจความหมายคำนี้เป็นอย่างดี ขณะที่ชาวชีอะฮ์ส่วนมากไม่ได้เข้าใจภาษาอาหรับดียิ่งกว่าคนอาหรับที่เป็นเจ้าของภาษา พวกเขาแค่เพียงฟังอุลามาอ์ของพวกเขามดเท็จก็เชื่อตาม โดยที่เหล่าชีอะฮ์ไม่ได้ศึกษาและไม่เข้าใจความหมายคำว่า    أهل البيت  ในภาษาอาหรับเลย 

              
เหมือนกับผมและผู้อ่านที่เป็นคนไทย  ด้วยการที่เราคือเจ้าของภาษาที่พูด - อ่าน - เขียน – ภาษาไทย เราสามารถสื่อสารกันเข้าใจได้โดยง่าย ฉะนั้นเมื่อเรากล่าวคำว่า “ครอบครัว” เราก็จะทราบความหมายในภาษาของเราเป็นอย่างดี และทันที โดยไม่ต้องอาศัยการตีความ เราทราบดีว่าคำนี้ หมายถึงภรรยากับลูกๆ และสมาชิกในบ้านของเรา และเช่นเดียวกันหากเรากล่าวว่า “ครอบครัวของท่านนบี” ทุกคนก็ต้องเข้าใจเช่นกันว่าคือ ภรรยาและลูกๆ ของท่านนบี และนี่คือคำและความหมายพร้อมความเข้าใจของคนสามัญทุกเชื้อชาติ,ทุกภาษาบนโลกใบนี้ 

              
แต่อุลามาอ์ของชีอะฮ์ กลับกล่าวว่าภรรยาและลูกๆ บางคนของท่านนบี ไม่ใช่ครอบครัวของท่านนบี โดยพวกเขาอ้างว่า อะฮ์ลุลบัยต์ ที่เป็นคนในครอบครัวของท่านนบีมูฮัมหมัดมีเพียงสี่คนเท่านั้นคือ 1. ท่านอาลี อิบนิอบีตอลิบ, 2. ท่านหญิงฟาติมะห์ ลูกสาวของท่านนบีและเป็นภรรยาของท่านอาลี, 3. ท่านฮะซันลูกชายคนโตของท่านอาลีกับท่านหญิงฟติมะห์, 4. ท่านฮุเซนน้องชายของท่านฮะซัน  จึงเป็นถ้อยคำที่แปลกประหลาดต่างจากคำพูดและความเข้าใจของคนทั้งโลกว่า ลูกและภรรยาของท่านนบีไม่ได้เป็นหนึ่งในครอบครัวของท่านนบีด้วย เป็นไปได้อย่างไร 

              
ฉะนั้นถ้อยความที่พวกเขาเรียกร้องและเชิญชวนผู้คนอยู่นี้ จึงได้บ่งบอกถึงความบิดพลิ้วทางภาษาอย่างชัดเจน ทั้งๆที่บุคคลทั้งสี่ตามที่พวกเขาได้อ้างมานั้นคือคนในครอบครัวหรืออะฮ์ลุ้ลบัยต์ของท่านอาลี  ไม่ใช่ครอบครัวหรืออะฮ์ลุ้ลบัยต์ของท่านนบี  เพราะบุคคลทั้งสี่นั้นได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันภายใต้ชายคาบ้านของท่านอาลี  ไม่ใช่ชายคาบ้านของท่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม 

              
เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งชาวซุนนะห์ และลัทธิชีอะฮ์ ต่างก็ยอมรับตรงกันว่า ท่านอาลี ไม่ได้อาศัยในบัยต์ หรือบ้านของท่านนบีมูฮัมหมัด แต่ท่านอาลีมีบ้านของท่านเฉพาะ โดยท่านได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับภรรยาของท่านคือท่านหญิงฟาติมะห์ และลูกๆของท่านคือ ท่านฮะซันและท่านฮุเซน  ซึ่งหลักฐานของเรื่องนี้มีปรากฏในบันทึกฮะดีษมากมายตัวอย่างเช่น

عَنْ سَهْلِ بْنِ سَعْدٍ قَالَ جَاءَ رَسُوْلُ اللهِ صَلى اللهُ عَليْهِ وَسَلَّمَ بَيْتَ فَاطِمَةَ فَلَمْ يَجِدْ عَلِيًّا فِى البَيْتِ فَقَالَأيْنَ ابْنُ عَمِّكِ قَالَتْ كَانَ بَيْنِي وَبَيْنَهُ شَئٌّ فَغَاضَبَنِي فَخَرَجَ فَلَمْ يَقِلْ عِنْدِي فَقَالَ رَسُوْلُ اللهِ صَلى اللهُ عَليْهِ وَسَلَّمَ لاِنْساَنٍ انْظُرْ أيْنَ هُوَ فَجَاءَ فَقَالَ يَارَسُوْلَ اللهِ هُوَ فِي المَسْجِدِ رَاقِدٌ فَجَاءَ رَسُوْلُ اللهِ صَلى اللهُ عَليْهِ وَسَلَّمَ وَهُوَ مُضْطَجِعٌ قَدْ سَقَطَ رِدَاؤُهُ عَنْ شِقِّهِ وَأصَابَهُ تُرَابٌ فَجَعَلَ رَسُوْلُ اللهِ صَلى اللهُ عَليْهِ وَسَلَّمَ يَمْسَحُهُ عَنْهُ وَيَقُوْلُ قُمْ أبَا تُرَابٍ قُمْ أبَا تُرَابٍ

“ซะฮล์ อิบนิ ซะอ์ด์ รายงานว่า ท่านรอซูลได้มาที่บ้านของท่านหญิงฟาติมะห์ แต่ไม่พบท่านอาลี ท่านจึงได้ถามว่า ลูกของลุงเธอไปไหน ท่านหญิงตอบว่า ฉันมีปัญหากับเขาเล็กน้อย แต่เขาโกรธจนไม่พูดจากับฉันแล้วก็ออกไปข้างนอก ท่านรอซูลได้กล่าวแก่คนอื่นว่า จงไปตามหาเขาหน่อยว่าอยู่ที่ไหน คนที่ไปตามได้กลับมาบอกท่านรอซูลว่า เขานอนอยู่ในมัสยิด เมื่อท่านรอซูลได้ไปหาก็พบว่า เขานอนตะแคงโดยที่เสื้อคลุมของเขาตกอยู่ข้างกายในสภาพที่เปื้อนฝุ่น  แล้วท่านรอซูลจึงได้ตะปัดฝุ่นออก พลางกล่าวว่า ลุกขึ้นเถิดเจ้าฝุ่นเอ๋ย ลุกขึ้นเถิดเจ้าฝุ่นเอ๋ย”
ศอเฮียะห์บุคคอรี ฮะดีษเลขที่ 422 

              
ข้อความในฮะดีษข้างต้นนี้แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า บ้านของท่านนบีกับบ้านของท่านอาลีนั้นคนละหลัง โดยท่านอาลีก็อยู่บ้านของท่านกับครอบครัวของท่าน ไม่ได้อยู่รวมกับท่านนบี และจากคำรายงานของท่านอาลีเองด้วยฮะดีษที่บันทึกในศอเฮียะห์บุคคอรีต่อไปนี้

أخْبَرَنِي عَلِيُّ بْنُ حُسَيْن أنَّ حُسَيْنَ بْنَ عَلِيٍّ أَخْبَرَهُ أنَّ عَلِيَّ بْنَ أبِي طَالِبٍ أخْبَرَهُ أَنَّ رَسُوْلَ اللهِ صَلى  اللهُ عَليْهِ وَسَلَّمَ طَرَقَهُ وَفَاطِمَةَ بِنْتَ النَبِيِ عَليْهِ السَلاَم لَيْلَةً فَقَالَ ألاَ تُصَلِّيَانِ فَقُلْتُ يَارَسُوْلَ اللهِ أَنْفُسُنَا بِيَدِ اللهِ فَاِذَا شَاءَ أنْ يَبْعَثَنَا بَعَثَنَا فَانْصَرَفَ حِيْنَ قُلْنَا ذَلِكَ وَلَمْ يَرْجِعْ اِلَيَّ شَيْئًا ثُمَّ سَمِعْتُهُ وَهُوَ مُوَلِّ  يَضْرِبُ فَخِذَهُ وَهُوَ يَقُوْلُ  وَكاَنَ الاِنْسَانُ أكْثَرَ شَئٍّ جَدَلاً

“ท่านอาลี บุตรของฮุเซน ได้บอกแก่เราว่า ท่านฮุเซน บุตรของอาลี ได้เล่าให้เขาฟังว่า ท่านอาลี อิบนิอบีตอลิบได้บอกแก่เขาว่า แท้จริงท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้ไปเยี่ยมเขากับฟาติมะห์ บุตรของท่านนบีในคืนหนึ่ง โดยท่านกล่าวว่า เจ้าทั้งสองจะไม่ละหมาด
(ตะฮัจญุจ) หรือ ฉันตอบท่านว่า โอ้ท่านรอซูลของอัลลอฮ์ ตัวของเราอยู่ในอุ้งพระหัตของอัลลอฮ์ ถ้าพระองค์ประสงค์ให้เราละหมาดเราก็จะละหมาด แล้วท่านได้กลับไปขณะที่เราได้พูดเช่นนั้นโดยท่านไม่ได้ว่าอะไรฉัน  แต่ฉันได้ยินท่านตีที่หน้าขาของท่านขณะหันหลังกลับไปพร้อมทั้งกล่าวว่า มนุษย์นั้นชอบเถียงเรื่องต่างๆ มากมาย ศอเฮียะห์บุคคอรี ฮะดีษเลขที่ 1059 (ข้อความในท่อนท้ายที่ขีดเส้นใต้นั้นเป็นส่วนหนึ่งจากซูเราะห์อัลกะฮฟิ อายะห์ที่ 54) 

              
ข้อความของฮะดีษในบทนี้ที่ท่านอาลีกล่าวว่า ท่านนบีได้ไปเยี่ยมท่านอาลีกับท่านหญิงฟาติมะฮ์ในคืนหนึ่ง ซึ่งถ้อยความนี้เป็นหลักฐานยืนยันว่า ท่านนบีไม่ได้อยู่ร่วมบ้านกับท่านอาลี และประเด็นของอะฮ์ลุลบัยต์ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้คือ “อะฮ์ลุ้ลบัยต์” ที่หมายถึงบ้านหรือของท่านนบี ไม่ใช่บ้านของท่านอาลี

อะฮ์ลุ้ลบัยต์ในความหมายของคนทั่วไป 

              
ถ้าคุณเชิญเพื่อนชาวอาหรับพรอ้มกับอะฮ์ลุ้ลบัยต์ของเขามาเยี่ยมบ้านของคุณ เขาจะทราบดีว่าคุณเชิญเขากับครอบครัวของเขา  และเขาจะมาเยี่ยมคุณพร้อมกับภรรยาของเขาและลูกๆของเขา                หรืออย่างคนไทยเราเมื่อได้รับการ์ดแต่งงานที่จ่าหน้าซองว่า เรียนเชิญฮัจญีมูฮัมหมัดและครอบครัว คุณคิดว่าฮัจญีมูฮัมหมัดจะพาลูกเมียหรือครอบครัวของคนอื่นไปช่วยงานอย่างนั้นหรือถ้าหากว่าคุณถูกเชิญจากเพื่อนชาวอาหรับ ให้ไปเยี่ยมเขาพร้อมกับอะฮ์ลุ้ลบัยต์ของคุณในวันหยุดสุดสัปดาห์, แล้วคุณก็ไปตามคำเชิญนั้นโดยคุณพาลูกเขย กับลูกสาวที่แต่งงานแล้ว, และหลานๆ ที่อยู่กันคนละบ้านไปด้วย เขาคงจะงงมากที่คุณพาครอบครัวของลูกเขยไปด้วย แทนที่คุณจะพาภรรยาของคุณซึ่งอาศัยในบัยต์ (บ้าน) ของคุณไป เพราะเขาเชิญครอบครัวของคุณ แต่คุณกลับพาครอบครัวของลูกเขยไปแทน นี่คือความเข้าใจคำว่า อะฮ์ลุ้ลบัยต์ จากเจ้าของภาษาที่เป็นชาวอาหรับ หากแต่เราไม่เข้าใจภาษาของชาวอิหร่านเพราะพวกเขาไม่ใช่ชาวอาหรับแต่เป็นชาวเปอร์เซีย เราจึงไม่ทราบว่าคำว่า อะฮ์ลุ้ลบัยต์ หรือคำว่าครอบครัวในภาษาของพวกเขานั้น กล่าวว่าอย่างไร และมีความหมายครอบคลุมแค่ไหน หรือคำว่าครอบครัวของชาวอีหร่านอาจจะมีความหมายแตกต่างจากชาวโลกก็เป็นได้ พวกเขาจึงปฏิเสธว่าภรรยาของท่านนบี ไม่ใช่ครอบครัวของท่านนบี ประหลาดแท้ๆ
 
               อะฮ์ลุ้ลบัยต์ในเชิงตรรก 

              
อะฮ์ลุ้ลบัยต์  คือบุคคลในครอบครัวหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน
               ภรรยาของท่านนบีคือบุคคลที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกับท่านนบี
               ฉะนั้นภรรยาของท่านนบีก็คืออะฮ์ลุลบัยต์ของท่านนบีด้วย
               นี่คือคำอธิบายความในเชิงตรรก 

              
ถ้าคุณถูกตั้งคำถามว่าใครคือบุคคลในครอบครัวของคุณ, คุณจะนับคุณแม่ของคุณ และคู่สมรสของคุณเป็นบุคคลในครอบครัวด้วยไหม ?  ถ้าคุณตอบว่าไม่ใช่ ก็แสดงว่าคุณประหลาดต่างจากคนทั้งโลก แต่ถ้าคุณตอบว่าใช่ เราก็ถามต่อไปว่า ใครคือครอบครัวของท่านนบี คุณจะตอบคำถามนี้เหมือนกับที่ตอบแก่ตัวเองไหม 

              
ก็แปลกดีนะ ที่บางคนนับภรรยาของตัวเองเป็นคนในครอบครัว แต่ไม่นับภรรยาของท่านนบีเป็นคนในครอบครัวของท่านนบี ถ้าเช่นนั้นคุณลองเอาข้อความเหล่านี้ไปตั้งประพจน์ทางตรรก  เสร็จแล้วก็ทำให้มันเป็นปรปักษ์เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง คุณก็จะพบว่าในคำตอบนั้น มีภรรยาของท่านนบีอยู่ด้วย 

              
อัลกุรอานยืนยันว่าภรรยาของนบีเป็นอะฮ์ลุ้ลบัยต์ 

              
มุสลิมเชื่อในความสมบูรณ์ของอัลกุรอาน โดยถือเป็นข้อบัญญัติสูงสุดในอัลอิสลาม  เนื่องจากอัลกุรอานคือดำรัสของพระองค์อัลลอฮ์  และอัลกุรอานได้ยืนยันว่าภรรยาของนบีเป็นอะฮ์ลุ้ลบัยต์   แต่เหล่าชีอะฮ์ก็ยังกล้าที่จะปฏิเสธว่า ท่านหญิงอิชะห์ และท่านหญิงฮับเซาะห์ ไม่ใช่อะฮ์ลุ้ลบัยต์ของท่านนบี พวกเขาเถียงอัลลอฮ์ด้วยตัวของพวกเขาเอง จากอายะห์อัลกุรอานต่อไปนี้

يَا نِسَاءَ النَبِيِّ لَسْتُنَّ كأَحَدٍ مِنَ النِسَاءِ اِنِ اتَّقَيْتُنَّ فَلاَ تَخْضَعْنَ بِالقَوْلِ فَيَطْمَعَ الَّذِي فِي قَلْبِهِ مَرَضٌ وَقُلْنَ قَوْلاً مَعْرُوْفاً وَقَرْنَ فِي بُيُوْتِكُنَّ وَلاَ تَبَرَّجْنَ تَبَرُّجَ الجَاهِلِيَّةِ الأُوْلَي وَأَقِمْنَ الصَلاَةَ وَآتِيْنَ الزَكاَةَوَأطِعْنَ اللهَ وَرَسُوْلَهُ اِنَّمَا يُرِيْدُ اللهُ لِيُذْهِبَ عَنْكُمُ الرِجْسَ أهْلَ البَيْتِ وَيُطَهِّرَكُمْ تَطْهِيْرًا

“โอ้ภรรยาของนบีเอ๋ย พวกเธอไม่เหมือนกับหญิงใดในหมู่สตรี หากพวกเธอยำเกรง ฉะนั้นจึงไม่ควรพูดจาฉอเลาะแก่ผู้อื่น เพราะจะทำให้ผู้ที่หัวใจเป็นโรคเกิดความโลภ แต่จงพูดด้วยถ้อยคำที่พอเหมาะพอควร และจงอยู่ในบ้านของพวกเธอ และอย่าได้อวดโฉมเหมือนดังการอวดความงามของสตรีในยุคญาฮิลียะห์ และเธอจงดำรงละหมาด,จ่ายซะกาต และจงภักดีต่ออัลลอฮ์และรอซูลของพระองค์ อันที่จริงอัลลอฮ์ต้องการที่จะขจัดความโสมมออกไปจากพวกเจ้า โอ้ครอบครัวของนบีเอ๋ย พระองค์ทรงประสงค์ที่จะขัดเกลาพวกเจ้าให้ผุดผ่อง”
 ซูเราะห์อัลอะห์ซาบ อายะห์ที่ 32 – 33 

              
คำว่า “อะฮ์ลุ้ลบัยต์ ” ที่ถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอาน ได้ระบุถึงภรรยาของท่านนบี ในขณะที่เราไม่พบว่าอัลกุรอานอายะห์ใดได้กล่าวคำว่า “อะฮ์ลุ้ลบัยต์”  โดยหมายถึงท่านอาลี, ท่านหญิงฟาติมะห์, ท่านฮะซัน และท่านฮุเซน  และไม่มีสักอายะห์เดียวในอัลกุรอานที่คำว่า “อะฮ์ลุ้ลบัยต์” เจาะจงถึงอิหม่ามสิบสองผู้ไร้มลทินของชีอะฮ์  และไม่มีในอัลกุรอานแม้แต่อายะห์เดียวที่จะสื่อความว่า อะฮ์ลุ้ลบัยต์คือ “ญาติของนบี”  แต่อัลกุรอานจะกล่าวคำนี้แล้วสื่อความหมายเจาะจงไปที่ ภรรยาของนบี  และถ้าหากคำว่า “อะฮ์ลุ้ลบัยต์” จะหมายถึงท่านอาลีและครอบครัวของท่านตามการกล่าวอ้างของชีอะฮ์ละก็ ทำไมในอัลกุรอานจึงไม่กล่าวคำว่า “อะฮ์ลุ้ลบัยต์” ที่ระบุถึงท่านอาลี และครอบครัวของท่านด้วย ?  แต่ถ้าหากเราถามชีอะฮ์ถึงอายะห์ที่เกี่ยวกับอะฮ์ลุ้ลบัยต์ พวกเขาก็จะอ้างอายะห์นี้แหละ  ทั้งๆที่อายะห์นี้สื่อความหมายถึงภรรยาของท่านนบีโดยตรงที่เราได้อธิบายไว้ในตอนที่แล้ว 

              
คำว่า อะฮ์ลุ้ลบัยต์ ในอัลกุรอานที่สื่อถึงภรรยา

وَامْرَأَتُهُ قَائِمَةٌ فَضَحِكَتْ فَبَشَّرْنَاهَا بِاِسْحَاقَ وَمِنْ وَرَآءِ اِسْحَاقَ يَعْقُوْبَ

"และภรรยาของเขา (อิบรอฮีม) ยืนอยู่ โดยที่นางหัวเราะ เราจึงได้แจ้งข่าวดีแก่นางด้วย (การที่นางจะมีบุตรชื่อ) อิสหาก และต่ออิสหากคือยะอ์กู๊บ” 
(ซูเราะห์ฮูด อายะห์ที่ 71)

قَالَتْ يَا وَيْلَتَى ءَاَلِدُ وَأنَا عَجُوْزٌ وَهَذَا بَعْلِي شَيْخًا اِنَّ هَذَا لَشَئٌّ عَجِيْبٌ

“นางได้กล่าวว่า ช่างแปลกประหลาดจริงๆ ฉันจะมีบุตรอย่างนั้นหรือ ทั้งที่ฉันก็อายุมากแล้ว และสามีของฉันก็แก่หง่อมอีกด้วย นี่คือเรื่องประหลาดจริงๆ”  (ซูเราะห์ฮูด อายะห์ที่ 72)

قَالُوا أَتَعْجَبِيْنَ مِنْ أَمْرِ اللهِ رَحْمَةُ اللهِ وَبَرَكاتُهُ عَليْكُمْ أهْلَ البَيْتِ

“พวกเขากล่าวว่า เธอแปลกใจในคำบัญชาของอัลลอฮ์อย่างนั้นหรือ ความเมตตาของอัลลอฮ์และความจำเริญของพระองค์ได้โปรดประสบแก่พวกท่านโอ้ครอบครัวของอิบรอฮีม” 
(ซูเราะฮูด อายะห์ที่ 73) 

              
ในอายะห์ข้างต้นนี้ ภรรยาของนบีอิบรอฮีม ถามว่า นางจะมีลูกได้อย่างไรขณะที่นางอายุมากแล้วและสามีของนางคือท่านนบีอิบรอฮีมก็อยู่ในสภาพแก่หง่อมแล้ว ซึ่งมะลาอิกะห์ได้ตอบข้อสงสัยนี้ โดยเรียกภรรยาของนบีอิบรอฮีมว่า อะฮ์ลุ้ลบัยต์  ซึ่งขณะนั้นไม่มีผู้ใดอยู่ร่วมบ้านและอยู่ร่วมเหตุการณ์เลย  นอกจากท่านนบีอิบรอฮีมและภรรยาของท่านเท่านั้น 

              
อัลกุรอานยืนยันว่าภรรยานั้นคือส่วนหนึ่งของครอบครัว 

              
พระองค์อัลเลาะห์ได้กล่าวว่า วงศ์วานของนบีลูฎทั้งหมดคือครอบครัวของนบีลูฏด้วย โดยจะถูกปกปักษ์รักษานอกจากภรรยาของท่านนบีลูฏเท่านั้นจะถูกลงโทษ  พระองค์อัลเลาะห์ทรงกล่าวว่า

اِلاَّ آلَ لُوْطٍ اِنَّا لَمُنَجُّوْهُمْ أَجْمَعِيْنَ اِلاَّ امْرَأَتَهُ قَدَّرْنَا اِنَّهَا لَمِنَ الغَابِرِيْنَ
 
นอกจากวงศ์วานของลูฏ แท้จริงเราได้ช่วยเหลือพวกเขาให้รอดพ้นทั้งหมด (จากการทำลาย) ยกเว้นภรรยาของเขา ซึงเราได้กำหนดแล้วว่า แท้จริงนางจะอยู่ในผู้ที่ได้รับการลงโทษด้วย”  ซูเราะห์อัลฮิจร์ อายะห์ที่ 59 - 60 

              
ถ้อยความประโยคที่ว่า “ยกเว้นภรรยาของเขา” นั้นเป็นข้อความที่ยืนยันว่า ถ้าภรรยาไม่ถูกรวมในครอบครัวของนบีลูฏ เพราะองค์อัลลอฮ์ก็จะไม่กล่าวคำว่า “ยกเว้นภรรยาของเขา” ถ้าพูดกันตามภาษาเราๆ ก็คือ ถ้าไม่ใช่แล้วจะกล่าวยกเว้นทำไม 

              
ภรรยาของนบีคืออะฮ์ลุ้ลบัยต์ที่ระบุอยู่ในฮะดีษ

               ในบันทึกฮะดีษของท่านอิหม่ามบุคคอรี ท่านนบีกล่าวถึงท่านหญิงอาอิชะห์ว่าเป็นหนึ่งในอะฮ์ลุ้ลบัยต์ดังคำรายงานต่อไปนี้

عَنْ أَنَسٍ رَضِىَ اللهُ عَنْهُ قَالَ بُنِيَ عَلَى النَبِيِّ صَلى اللهُ عَليْهِ وَسَلَّمَ بِزَيْنَبَ بِنْتِ جَحْشٍ بِخُبْزٍ وَلَحْمٍ فَأُرْسِلْتُ عَلَى الطَعَامِ دَاعِيًا فَيَجِئُ قَوْمٌ فَيَأْ كُلُوْنَ وَيَخْرُجُوْنَ ثُمَّ يَجِئُ قَوْمٌ فَيَأْكُلُوْنَ وَيَخْرُجُوْنَ فَدَعَوْتُحَتَّى مَا أَجِدُ أَحَداً أدْعُو فَقُلْتُ يَانَبِىَ اللهِ مَا أَجِدُ أَحَداً أدْعُوْهُ قَالَ ارْفَعُوا طَعَامَكُمْ وَبَقِىَ ثَلاَثَةُ رَهْطٍ يَتَحَدَّثُوْنَ فِى البَيْتِ فَخَرَجَ النَبِيُّ صَلى اللهُ عَليْهِ وَسَلَّمَ فَأنْطَلَقَ اِلَى حُجْرَةِ عَائِشَةَ فَقَالَ السَلاَمُ عَليْكُمْأهْلَ البَيْتِ وَرَحْمَةُ اللهِ فَقَالَتْ وَعَليْكَ السَلامُ وَرَحْمَةُ اللهِ كَيْفَ وَجَدْتَ أَهْلَكَ بَارَكَ اللهُ لَكَ فَتَقَرَّى حُجَرَ نِسَاءِهِ كُلِهِنَّ يَقُوْلُ لَهُنَّ كَمَا يَقُوْلُ لِعَائِشَةَ وَيَقُلْنَ لَهُ كَمَا قَالَتْ عَائِشَةُ

“ท่านอะนัส ร่อฏอยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า การฉลองนิกะห์ของท่านนบีกับท่านหญิงซัยหนับ บินติญะฮ์ซิน ได้ถูกจัดขึ้นด้วยขนมปังกับเนื้อ ซึ่งฉันถูกใช้ให้ไปเชิญผู้มาร่วมรับประทานอาหาร โดยมีคนกลุ่มหนึ่งมารับประทานเสร็จแล้วก็กลับไป และคนอีกกลุ่มหนึ่งมารับประทานแล้วก็กลับไปทั้งหมด จนกระทั่งไม่รู้ว่าจะเชิญใครอีก  ฉันจึงได้กล่าวว่า โอ้ท่านนบีของอัลลอฮ์ ไม่มีผู้ใดให้ฉันเชิญอีกแล้ว ท่านตอบว่า ถ้าอย่างนั้นก็ยกอาหารมา ขณะที่ยังเหลือคนในบ้านอีกสามคนที่กำลังสนทนากัน ท่านนบีได้ตรงไปที่บ้านของท่านหญิงอาอิชะห์ แล้วกล่าวว่า ขอความสันติและความเมตตาของอัลลอฮ์ประสบแด่เธอ (ท่านหญิงอาอิชะห์) ด้วยเถิด โอ้อะฮ์ลุ้ลบัยต์ ท่านหญิงได้ตอบว่า ขอความสันติและความเมตตาของอัลลอฮ์ประสบแด่ท่านเช่นเดียวกัน ภรรยาของท่านเป็นอย่างไรบ้าง ขอความจำเริญของอัลลอฮ์ประสบแด่ท่านด้วยเถิด ต่อมาได้ไปที่บ้านภรรยาของท่านทุกคน โดยกล่าวแก่พวกเธอเช่นเดียวกับที่กล่าวกับท่านหญิงอิชะห์ และพวกเธอก็กล่าวตอบเช่นเดียวกับท่านหญิงอาอิชะห์ด้วยเช่นเดียวกัน”  
ศอเฮียะห์บุคคอรี ฮะดีษเลขที่ 4419 

              
ซอเฮียะห์บุคคอรี เป็นตำราฮะดีษที่ได้รับการยอมรับจากมุสลิมทั้งโลกว่าเป็นตำราบันทึกฮะดีษที่เชื่อถือได้เพราะฉะนั้นประชาชาติอิสลามจึงไม่มีข้อสงสัยต่อถ้อยคำรายงานที่ระบุว่าภรรยาของนบีคืออะฮ์ลุ้ลบัยต์ด้วย
              
ส่วนในซอเฮียะห์มุสลิมได้บันทึกคำรายงานโดยท่านเซด บินอัรกอมว่า

نِسَاؤُهُ مِنْ أهْلِ بَيْتِهِ

  

“ภรรยาของท่านนบีก็เป็นหนึ่งในอะฮ์ลุ้ลบัยต์ (ครอบครัว) ของท่านด้วย ศอเฮียะห์มุสลิม ฮะดีษเลขที่ 44

               จากการศึกษาและพิจารณาความหมายของอัลกุรอานและอัลฮะดีษแล้วพบว่า คำว่า “أهل البيت  ” ซึ่งหมายถึง “ครอบครัว.” โดยประกอบจากคำว่า أهل  และ “البيت”   ที่เจาะจงถึงบ้านนั้น ทั้งซุนนะห์และชีอะฮ์ต่างก็ยอมรับตรงกันว่า หมายถึงบ้านของท่านนบี  ฉะนั้นเราจึงมีคำถามที่จะถามชีอะฮ์เพียงสั้นๆว่า ท่านอาลี กับท่านหญิงฟาติมะห์, ท่านฮะซัน,และท่านฮุเซน เป็นบุคคลที่ใช้ชีวิตภายใต้ชายคาบ้านหลังเดียวกับท่านนบีกระนั้นหรือ 

              
แต่จากหลักฐานที่เราได้นำมาแสดงแล้วข้างต้นได้ยืนยันว่า บ้านของท่านอาลีกับบ้านของท่านนบีคนละหลังกัน และ “อะฮ์ลุ้ลบัยต์” ที่ระบุอยู่ในอัลกุรอานกับฮะดีษตามที่แสดงนั้นได้กล่าวถึงบ้านหรือครอบครัวของท่านนบี ที่หมายถึงภรรยาและลูกๆของท่านนบีด้วย ชาวซุนนะห์ไม่ได้ปฏิเสธท่านอาลีและครอบครัวของท่าน เรายอมรับตามหลักฐานดังเช่นฮะดีษของท่านเซด บินอัรกอมที่รายงานว่า ยังมีวงศ์วานอื่นๆ อีกที่ถูกผนวกรวมเป็นครอบครัวของท่านนบีด้วย คือวงศ์วานของญะอ์ฟัร, วงศ์วานของอะกี้ล, และวงศ์วานของอับบาส แต่การที่ชีอะฮ์ตัดบุคคลอื่นๆออกโดยเฉพาะภรรยาและลูกๆของท่านนบี แล้วนำเอาเฉพาะครอบครัวของท่านอาลีมาอธิบายความคำว่า อะฮ์ลุ้ลบัยต์ นั้นเป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี









สงวนลิขสิทธิ์โดย © อ.ฟารีด เฟ็นดี้ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2007-03-26 (6367 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]