ค้นหา  ·  หัวข้อเรื่อง  ·  เข้าระบบ  ·  เผยแพร่เรื่อง
                      สมัครสมาชิก  

หนังสือใหม่

ผลงานล่าสุด
ของ อ.ฟารีด เฟ็นดี้


อีซีกุโบร์



พิธีกรรมยอดฮิตติดอันดับของเมืองไทย อิซีกุโบร์ พิธีกรรมเซ่นสังเวยดวงวิญญาณ วิเคราะห์เจาะลึกถึงที่มาพร้อมวิเคราะห์หลักฐาน คนกินข้าว ผีกินบุญ จริงหรือ ?

อุศ็อลลี



เหนียตและการตะลัฟฟุซแตกต่างกันอย่างไร แสดงที่มาของการกล่าวอุศ็อลลี แจงเหตุที่มาและบทวิเคราะห์ทางวิชาการ

ซัยยิดินา



การเพิ่มซัยยิดินาในศอลาวาต เป็นฮะดีษศอเฮียะห์จริงหรือ แจงเหตุที่มาและบทวิเคราะห์ทางวิชาการ

การยกมือตั๊กบีร
ระหว่างสองสุญูด




การยกมือตั๊กบีรระหว่างสองสุญูด เป็นซุนนะห์จริงหรือ วิเคราะห์หลักฐานที่กล่าวกันว่าท่านนบีกระทำเป็นบางครั้งจริงหรือไม่

วะบิฮัมดิฮี



หลักฐานการอ่านวะบิฮัมดิฮีในรุกัวอ์และสุญูดถูกต้องหรือ เชคอัลบานีว่าเป็นฮะดีษ ศอเฮียะห์จริงหรือไม่ พิสูจน์หลักฐานตามศาสตร์ของฮะดีษ เพื่อคุณจะได้มีคำตอบแก่ตัวเอ

วาญิบต้องศอลาวาต
ในตะชะฮุดแรกหรือ




ชี้แจงมุมมองของเชคอัลบานี ที่ตกทอดสู่เมืองไทย ถ้าไม่อ่านศอลาวาตในตะชะฮ์ฮุดแรกละหมาดใช้ไม่ได้ หากลืมก็ต้องสุญูดซะฮ์วี จริงหรือ อ่านวิเคราะห์หลักฐานทางวิชาการ เพื่อคุณจะได้มีคำตอบแก่ตัวเอง

รู้ทันชีอะฮ์



เผยกลลวงของชีอะห์ในการดึงมุสลิมออกจากอิสลาม
ตอบโต้ข้อกล่าวหา,ใส่ร้าย,ประณามศอฮาบะห์

ติดต่อและสั่งซื้อได้ที่
คุณยะอ์กู๊บ น้อยนงค์เยาว์
084 0004619


รวมวิดีโอ

>>..ดูทั้งหมด..<<


เมนูหลัก

 บริการหลัก
หน้าแรก
ถามตอบ
ติดต่อสอบถาม
แนะนำบอกต่อ
ค้นหา
แสดงสถิติ
ผลสำรวจ
ยอดฮิตติดอันดับ
 บริการสมาชิก
รายนามสมาชิก
เข้าระบบ(สมัครสมาชิก)
 บริการข่าวสาร
 บริการอื่นๆ
ดาวน์โหลด
วิดีโอบรรยาย
ห้องแสดงภาพ
ฮะดีษแปลไทย


บทความรายวิชา








วิเคราะห์ข้อขัดแย้ง

  ศอฮาบะห์กางเต้นท์อ่านอัลกุรอานบนกุโบร์หรือ
  อัลกอมะห์กับแม่
  อิสลามเปลี่ยนวันใหม่ตอนมักริบไม่ใช่เที่ยงคืน
  เฝ้ากุโบร์ไม่ฮะราม..หรือ
  วิพากษ์หลักฐานเรื่องทำกุรบานให้คนตาย
  ถือศีลอดสิบวันแรกเดือนซุ้ลฮิจญะห์เป็นฮะดีษศอเฮียะห์หรือไม่
  วันที่ 9 ซุ้ลฮิจญะห์ที่ไม่มีอะรอฟะห์
  มีหลักฐานห้ามไหม
  กล่าวเท็จต่อท่านนบีว่า ท่านอ่านอัลกุรอานในกุโบร
  วิพากษ์หลักฐานการอ่านอัลกุรอานที่กุโบร์ ตอนที่ 3 คำรายงานที่ถูกต้องจากอิบนิอุมัร

[ดูเรื่องทั้งหมด]

บทความทั่วไป

  ทำบุญประเทศ
  เมื่อโลกหยุดหมุน
  ผีแม่ซื้อ
  ประเพณีการแต่งงานของมุสลิมภาคใต้
  อาซูรอ 10 มุฮัรรอม กับตำนานกวนซุฆอ
  เมาตาคือใคร
  ...ทาส... ตอนที่ 2
  ...ทาส... ตอนที่ 1
  เผยอะกีดะห์กลุ่มดะอ์วะห์ ตอนที่ 2
  เผยอะกีดะห์กลุ่มดะอ์วะห์ ตอนที่ 1

[ดูเรื่องทั้งหมด]

เหมือนหรือต่าง

ภาพเปรียบเทียบระหว่างพิธีการทรมานตนเองของชาวชีอะฮ์ อิหม่าม 12 ในวันที่ 10 มุฮัรรอมของทุกปี กับม้าทรงของศาลเจ้าสามกอง ในงานประจำปี จ.ภูเก็ต


ชีอะฮ์อิหม่ามสิบสอง

ม้าทรงศาลเจ้าสามกอง

ชีอะฮ์อิหม่ามสิบสอง

ม้าทรงศาลเจ้าสามกอง

ชีอะฮ์อิหม่ามสิบสอง


เวบลิ้งค์

มรดกอิสลาม
อัซซุนนะห์
ซุนนะห์ไซเบอร์
ชมรมวะรอซะตุซซุนนะฮฺ แนวร่วมมุสลิมต่อต้านรอฟิเฏาะ - ร่วมต่อต้านวันนี้ หรือจะรอให้สายเกินไป



เมื่อท่านอาลีประณามและสาปแช่งชีอะฮ์





               ฟังดูเป็นเรื่องแปลก หากจะกล่าวว่า “ท่านอาลี เกลียดชีอะฮ์และประณามชาวชีอะฮ์” ทั้งๆที่พวกเขาได้ประกาศตนว่าเจริญรอยตามท่านอาลีและครอบครัว โดยพวกเขาได้ยกย่องเชิดชูท่านอาลีให้เป็นอิหม่ามลำดับที่หนึ่งของพวกเขาเอง แต่เรากลับพบว่า ท่านอาลีทั้งสาปแช่งและประณามพวกเขา


               ท่านอาจจะสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อเหล่าชีอะฮ์ต่างโพทนาว่าพวกเขาจงรักภักดีต่อท่านอาลี แต่ถ้าท่านได้ศึกษาข้อเท็จจริง ก็จะพบว่า คำพูดข้างต้นนี้ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล เพราะท่านอาลีและครอบครัวของท่านไม่ได้มีพฤติกรรมที่เลวร้ายต่อมุสลิมและอิสลามเลย ตรงกันข้ามกับชาวชาวชีอะฮ์ ที่พวกเขามีพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอก,บิดพลิ้ว,ทรยศและหักหลังท่านอาลี

                เราจะไม่วิจารณ์เรื่องนี้โดยความคิดเห็นส่วนตัวของเราเอง แต่เราจะให้ตำราของชีอะฮ์เป็นผู้บอกตัวตนและธาตุแท้ของลัทธิชีอะฮ์เอง ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ถูกบันทึกในตำราของชีอะฮ์ชื่อ “นะฮ์ญุลบะลาเฆาะห์”  เป็นตำราที่ชาวชีอะฮ์ยกย่อง เพราะเป็นแหล่งรวบรวมสุนทรพจน์, จดหมายเหตุ, คำเทศนาของท่านอาลี อิบนิอบีตอลิบ เราจะตามไปดูว่าอิหม่ามของพวกเขาได้ประณามและสาปแช่งพวกเขาไว้อย่างไร



 
หมายเหตุ

                

               ข้อความที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ เราได้คัดลอกจาก
http://www.balaghah.net  เป็นเวบไซด์ตำราชุดนี้โดยตรง ซึ่งเนื้อหาของตำราชุดนี้ได้ถูกแปลแล้วหลายภาษารวมถึงภาษาไทยด้วยที่ถูกแปลแล้วส่วนหนึ่ง ซึ่งเราจะคัดลอกทั้งเนื้อหาและคำแปลมาให้ท่านได้อ่านโดยไม่ต่อเติมหรือตัดทอนข้อความใดๆ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการครหาว่า เรากล่าวร้ายต่อชาวชีอะฮ์  แต่เราจะให้ตำราของชีอะฮ์พูดและเราจะให้พวกเขาแปล  ส่วนเราจะเป็นผู้อ่านด้วยใจเป็นธรรมดังนี้


คำเทศนาที่34


ومن خطبة له (عليه السلام) في استنفار الناس إلى الشام [بعد فراغه من أمر الخوارج]
[وفيها يتأفف بالناس، وينصح لهم بطريق السداد]
[طريق السداد]

อิมามอะลี (อ.) กล่าวคำทศนาบทนี้ขึ้น ในวาระที่จัดส่งผู้คนไปหาชาวซีเรีย หลังจากเสร็จภารกิจในเรื่องของพวกคอวาริจญ์ในสงครามนะฮ์ระวอนแล้ว ในคำเทศนานี้ ท่านได้ตำหนิคนเหล่านั้น และตักเตือนให้ปฏิบัติตนในวิถีทางที่ถูกต้อง (เนื่องจากพวกเขาแสดงความอ่อนแอต่อการปฏิบัติตามคำสั่ง ในการสงครามกับศัตรู)

أُفٍّ لَكُمْ! لَقَدْ سَئِمْتُ عِتَابَكُمْ! أَرَضِيتُمْ بِالْحَيَاةِ الدُّنْيَا مِنَ الاْخِرَةِ عِوَضاً؟ وَ بِالذُّلِّ مِنَ الْعِزِّ خَلَفاً؟ إِذَا دَعَوْتُكُمْ إِلَى جِهَادِ عَدُوِّكُمْ دَارَتْ أَعْيُنُكُمْ، كَأَنَّكُمْ مِنَ الْمَوْتِ فِي غَمْرَة وَ مِنَ الذُّهُولِ في سَكْرَة. يُرْتَجُ عَلَيْكُمْ حَوَارِي فَتَعْمَهُونَ، وَكَأَنَّ قُلُوبَكُمْ مَأْلُوسَةٌ فَأَنْتُمْ لاَتَعْقِلُونَ! مَا أَنْتُمْ لي بِثِقَة سَجِيسَ اللَّيَالي، وَ مَا أَنْتُمْ بِرُكْن يُمَالُ بِكُمْ، وَ لاَزَوَافِرُ عِزٍّ يُفْتَقَرُ إِلَيْكُمْ.

ความวิบัติพึงเป็นของพวกเจ้า  ข้าเอือมระอาและเหน็ดเหนื่อยที่จะตำหนิพวกเจ้า พวกเจ้าพอใจที่จะใช้ชีวิตต่ำทรามแห่งโลกนี้ทดแทนชีวิตในโลกหน้าหรือ (อันเป็นชีวิตนิรันดร) เจ้าเลือกความอัปยศ มาแทนที่เกียรติยศกระนั้นหรือ เพราะเมื่อยามที่ข้าเชิญชวนพวกเจ้าให้ต่อสู้กับศัตรู นัยน์ตาของพวกเจ้ากลัวดวงตาของเจ้าจ้องมองไปแสนไกล เหมือนกับว่าเจ้าจะตายอยู่รอมร่อ มันทำให้เจ้าช็อคไปหมด และราวกับว่าเจ้่าเมามายจนระโหยโรยรา เจ้าจึงพากันเผลอไผลจนสิ้น และราวกับว่า หัวใจของพวกเจ้าถูกแทรกแซงให้ฟั่นเฟือน(คำพูดของข้ามิได้เข้าไปในโสตประสาทของเจ้า) ดังนั้น เจ้าอลหม่านที่จะตอบข้าประหนึ่งคนเสียสติพวกเจ้าจึงมิได้ใช้สติปัญญา  พวกเจ้ามิได้รับความเชื่อถือจากข้า และเจ้าไม่มีทางเป็นที่พึ่งที่มั่นใจ (ในการขับไล่ศัตรู) ที่จะไว้วางใจพวกเจ้า พวกเจ้ามิใช่ผู้ช่วยที่มีความสามารถที่พึ่งพายามต้องการได้

مَاْ أَنْتُمْ إِلاَّ كَإِبِل ضَلَّ رُعَاتُهَا فَكُلَّمَا جُمِعَتْ مِنْ جَانِب انْتَشَرَتْ مِن آخَرَ لَبِئْسَ لَعَمْرُ اللهِ! سُعْرُ نَارِ الْحَرْبِ أَنْتُمْ! تُكَادُونَ وَ لاَ تَكِيِدُونَ، وَ تُنْتَقَصُ أَطْرافُكُمْ فَلاَ تَمْتَعِضُونَ! لاَيُنَامُ عَنْكُمْ وَ أَنْتُمْ في غَفْلَة سَاهُونَ، غُلِبَ وَ اللهِ الْمُتَخَاذِلُونَ! وَ ايْمُ اللهِ إِنِّي لاََظُنُّ بِكُمْ أَنْ لَوْ حَمِسَ الْوَغَى، وَ اسْتَحَرَّ الْمَوْتُ، قَدِ انْفَرَجْتُمْ عَنِ ابْنِ أَبِي طَالِب انْفِرَاجَ الرَّأْسِ.

เจ้ามิใช่อื่นใด ทว่าเหมื่อนอูฐที่เจ้าของมันต้องระหน เพราะทุกคราวที่หันมาหามัน มันก็จะแตกฝูงไปอีกด้านหนึ่งเสมอ ขอสาบานในนามของอัลลอฮฺ พวกเจ้าคือผู้ที่จุดไฟสงครามให้ลุกโชติช่าวงตลอดไป มันแสนเลวทรามสิ้นดีพวกเจ้าถูกวางแผน แต่ไม่คิดวางแผนตอบ กำลังในส่วนต่าง ๆ ของพวกเจ้าถูกทำลาย (เข้าโจมตียึดเมืองของเจ้า คร่าชีวิตผู้คน) แต่พวกเจ้าก็ไม่คิดโกรธ พวกข้าศึกไม่เคยหลับไหล (ที่จะจู่โจมพวกเจ้า) แต่พวกเจ้ากลับลืมเผลอไผล ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ พวกที่พ่ายแพ้แน่นอนคือ พวกที่ไม่ช่วยเหลือกัน ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ข้าคิดว่า ถ้าสงครามทวีความรุนกแรงขึ้น ความร้อนแรงแห่งความตายใกล้เข้ามา พวกเจ้าก็จะแยกออกจาก บุตรของอบูีฏอลิบ เหมือนพวกที่ศีรษะขาดกระเด็นออกจากร่าง

وَ اللهِ! اِنَّ امْرَءً يُمَكِّنُ عَدُوَّهُ مِنْ نَفْسِهِ يَعْرُقُ لَحْمَهُ وَ يَهْشِمُ عَظْمَهُ وَ يَفْرِي جِلْدَهُ لَعَظِيمٌ عَجْزُهُ، ضَعِيفٌ مَا ضُمَّتْ عَلَيْهِ جَوَانِحُ صَدْرِهِ. أَنْتَ فَكُنْ ذاكَ إِنْ شِئْتَ; فَأَمَّا أَنَا، فَوَاللهِ! دُونَ أَنْ أُعْطِيَ ذالِكَ ضَرْبٌ بِالْمَشْرَفِيَّةِ تَطِيرُ مِنْهُ فَرَاشُ الْهَامِ، وَ تَطِيحُ السَّوَاعِدُ وَ الاَْقْدامُ، وَ يَفْعَلُ اللهُ بَعْدَ ذلِكَ مَا يَشَاءُ.

ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ บุคคลใดที่ยอมให้ศัตรูเหนือกว่าตน ยอมให้กินเลือดเนื้อ และบดขยี้กระดูกของเขาจนป่นปี้ อีกทั้งยอมยังให้แล่หนังออก แน่นอน มันคือความอ่อนแออันยิ่งใหญ่ สิ่งที่อยู่ในทรวงอกของเขา (หัวใจ เป้าหมาย และการตัดสินใจ) มันช่างอ่อนแอและเล็กเสียจริง ถ้าพวกเจ้าอยากจะเป็นอย่างนั้น (อ่อนแอ ไร้ความสามารถ ยอมจำนนต่อศัตรู) ก็เชิญเถิด แต่สำหรับข้า ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ก่อนที่ข้าจะให้โอกาสและความสามารถแก่ศัตรู ข้าจะใช้ดาบมุชริฟ (เป็นดาบที่ถูกนำมามอบให้จากเมืองมุชริฟ จากเยเมน หรือชาม ด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่าดาบมุชริฟ) ไล่ฟันพวกเขาจนกะโหลกศรีษะของเขากระจายว่อน และแขนขาของเขาจะต้องขาดร่วงลงพื้น หลังจากนั้น เป็นหน้าที่ของอัลลอฮฺ ที่จะทรงดำเนินการตามพระประสงค์

أَيُّهَا النَّاسُ! إِنَّ لِي عَلَيْكُمْ حَقّاً، وَ لَكُمْ عَلَيَّ حَقٌّ، فَأَمَّا حَقُّكُمْ عَلَيَّ: فَالنَّصيحَةُ لَكُمْ، وَ تَوْفِيرُ فَيْئِكُمْ، عَلَيْكُمْ، وَ تَعْلِيمُكُمْ كَيْلا تَجْهَلُوا، وَ تَأْدِيبُكُمْ كَيْما تَعْلَمُوا. وَ أَمَّا حَقِّي عَلَيْكُمْ: فَالْوَفَاءُ بِالْبَيْعَةِ، وَ النَّصِيحَةُ فِي الْمَشْهَدِ وَ الْمَغِيبِ، وَ الاِْجَابَةُ حِينَ أَدْعُوكُمْ وَ الطَّاعَةُ حِيْنَ آمُرُكُمْ.

โอ้ประชาชนเอ๋ย ข้ามีสิทธิเหนือพวกเจ้า และพวกเจ้าก็มีสิทธิเหนือข้า ส่วนสิทธิของพวกเจ้าที่มีต่อข้าคือ ต้องหวังดี และให้คำแนะนำที่ดีแก่พวกเจ้า ต้องกระจายผลประโยชน์ในกองคลังมาใช้บนสิทธิพวกเจ้าอย่างครบถ้วน ต้องสั่งสอนพวกเจ้าเพื่อให้รอดพ้นจากความโฉดเขลา ต้องอบรมมารยาทของพวกเจ้าเพื่อให้เป็นตามที่เจ้าเรียนรู้ส่วนสิทธิของข้าที่มีเหนือพวกเจ้าคือ ต้องซื่อสัตย์ในสัตยาบัน ต้องหวังดีกับพวกเจ้าทั้งในที่ลับและที่เปิดเผย ดังนั้น เจ้าต้องสนองตอบทันทีเมื่อข้าเรียก และต้องเชื่อฟังปฏิบัติตามเมื่อข้าออกคำสั่ง

คำเทศนาที่ ๒๕


ومن خطبة له (عليه السلام)
وقد تواترت عليه الاَخبار باستيلاءِ أصحاب معاوية على البلاد، وقدم عليه عاملاه على اليمن ـ وهما عبيد الله بن العباس وسعيد بن نمران ـ لمّا غلب عليها بُسْرُ بن أبي أَرْطَاة، فقام (عليه السلام) إلى المنبر ضجراً بتثاقل أَصحابه عن الجهاد، ومخالفتهم له في الرأْي،

เมื่อการรายงานที่เชื่อถือได้ถึง การเข้ายึดเมืองโดยพลพรรคฝ่ายมุอาวียะฮฺ ได้ถูกนำมารายงานแก่ท่านอะลีอย่างไม่ขาดสายนั้น เจ้าหน้าที่ของท่านสองคนจากเยเมนได้เดินทางมาเข้าพบท่านคือ อุบัยดิลลาฮฺ บุตรของอับบาซ และซะอีด บุตรของนัมรอน หลังจากที่พ่ายแพ้แก่บุซรุ บุตรของ อบีอัรฏอฮฺ ท่านอะลี (อ.) ได้ลุกขึ้นกล่าวคำปราศรัยบนมิมบัร ด้วยความโกรธเพื่อตักเตือนสาวกของท่าน ที่หน่วงเหนี่ยวการสงครามกับศัตรู และมีความคิดเห็นไม่ลงรอยกับท่าน
 
وقال  : مَا هِيَ إِلاَّ الكُوفَةُ، أقْبِضُهَا وَأَبْسُطُهَا، إنْ لَمْ تَكُوني إِلاَّ أَنْتِ، تَهُبُّ أَعَاصِيرُك، فَقَبَّحَكِ اللهُ!
وتمثّل:
لَعَمْرُ أَبِيكَ الخَيْرِ يَا عَمْرُوإِنَّني  عَلَى وَضَرـ مِنْ ذَا الاِْنَاءِ ـ قَلِيلِ

สาเหตุการพ่ายแพ้ของประชาชาติ
อิมามกล่าวว่า  ตามความเป็นจริง ตอนนี้นอกจากกูฟะฮฺแล้วไม่มีที่ใดเหลืออีก ซึ่งฉันจะขยายหรือรวบรวมมันก็ได้ (ฉันใช้มันประหนึ่งเจ้าของเสื้อที่สวมใส่เสื้อผ้าและถอดออก) โอ้ชาวกูฟะฮฺเอ๋ยเฉพาะพวกท่านเท่านั้น (ที่เป็นกำลังช่วยประจันหน้ากับศัตรู) ซึ่งต้องเผชิญกับกระแสลมอันหฤโหดน่ากลัวที่พัดโหมกระหน่ำ (ฉันมิต้องการเช่นนั้น)ท่านได้หยิบยกสุภาษิตของนักกวีคนหนึ่งมากล่าวเสริมดังนี้.. ฉันขอสาบานต่อชีิวิแห่งบิดาของฉัน โอ้อัมร เอ๋ย ฉันเหลือเศษเนยเพียงเล็กน้อยที่ติดช้อนและภาชนะอยู่เท่านั้น

ثم قال (عليه السلام):
أُنْبِئْتُ بُسْراً قَدِ اطَّلَعَ الَيمنَ، وَإِنِّي وَاللهِ لاََظُنُّ هؤُلاءِ القَوْمَ سَيُدَالُونَ مِنْكُمْ بِاجْتِماعِهمْ عَلَى بَاطِلِهمْ، وَتَفَرُّقِكُمْ عَنْ حَقِّكُمْ، وَبِمَعْصِيَتِكُمْ إِمَامَكُمْ في الحَقِّ، وَطَاعَتِهِمْ إِمَامَهُمْ في البَاطِلِ، وَبِأَدَائِهِمُ الاَْمَانَةَ إِلَى صَاحِبِهِمْ وَخِيَانَتِكُمْ، وَبِصَلاَحِهمْ في بِلاَدِهِمْ وَفَسَادِكُمْ، فَلَو ائْتَمَنْتُ أَحَدَكُمْ عَلَى قَعْب لَخَشِيتُ أَنْ يَذْهَبَ بِعِلاَقَتِهِ.

ท่านกล่าวต่อไปว่า มีข่าวด่วนมาถึงฉันว่า บุซรฺ บุตรของ อัรฏอฮฺได้ยึดเมืองเยเมนได้แล้ว ฉันขอสาบานด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺว่า่ ฉันทราบดีว่า พวกชีเรียจะมีชัยเหนือพวกท่านในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากพวกเขามีความเป็นหนึ่งเดียวกันในการช่วยเหลือความผิดพลาดของพวกเขา พวกเขาจะทำให้พวกเจ้าแตกแยกกันในการปกป้องสิทธิของพวกท่าน พวกท่านฝ่าฝืนคำสั่งผู้นำของท่านในสิ่งที่ชอบธรรม ส่วนพวกเขาเชื่อฟังปฏิบัติตามผู้นำของพวกเขาในสิ่งที่ผิดพลาด พวกเขารักษาสิทธิแห่งผู้นำของพวกเขา ขณะที่พวกท่านทรยศ  พวกเขาปรับปรุงสภาพสังคมของพวกเขา แต่พวกท่านเป็นพวกบ่อนทำลาย ฉะนั้น ถ้าฉันให้พวกท่านคนหนึ่งคนใดรักษาถ้วยน้ำที่เป็นไม้ ฉันกลัวเสียเหลือเกินว่า ท่านจะฉวยข้อเกี่ยวของมันไป

اللَّهُمَّ إِنِّي قَدْ مَلِلْتُهُمْ وَمَلُّوني، وَسَئِمْتُهُمْ وَسَئِمُوني، فَأَبْدِلنِي بِهِمْ خَيْراً مِنْهُمْ، وأَبْدِلُهمْ بِي شَرَّاً مِنِّى، اللَّهُمَّ مِثْ قُلُوبَهُمْ كَمَا يُمَاثُ الْمِلْحُ فِي الْمَاءِ، أَمَاوَاللهِ لَوَدِدْتُ أَنَّ لِي بِكُمْ أَلفَ فَارِس مِنْ بَنِي فِرَاسِ بْنِ غَنْم.
هُنَالِكَ، لَوْ دَعَوْتَ، أَتَاكَ مِنْهُمْ * فَوَارِسُ مِثْلُ أَرْمِيَةِ الحَمِيم
هنالک ، لو دعوت ، اتاک منهم فوارس مثل ارميه الحميم  ثم نزل عليه السلام من المنبر

สาปแช่งประชาชาติทรยศ
โอ้ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ข้าฯเบื่อหน่าย (ที่จะตักเตือน) คนเหล่านี้ และคนเหล่านี้ก็ทำให้ข้าฯเบื่อหน่าย ข้าฯอ่อนล้ากับพวกเขา พวกเขาก็อ่อนล้ากับข้า ดังนั้น ขอได้โปรดเปลี่ยนคนที่ดีกว่าพวกเขามาให้ข้าฯ และขอได้โปรดเปลี่ยนคนที่เลวกว่าข้าไปให้พวกเขา โอ้ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า โปรดละลายหัวใจของพวกเขา ให้เหมือนเกลือที่ละลายในน้ำ พึงสังวรไว้เถิด ฉันขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่า ฉันอยากแทนที่พวกเจ้า ด้วยทหารม้าขจากบนี ฟิรอซ บนี ฆันนิ สัก ๑๐๐๐ ตัว (เพื่อพวกเขาจะได้ช่วยฉันตีข้าศึกให้ถอยร่นไปอยู่ในที่ของพวกเขา)ณ ที่โน้น ถ้าหากเจ้าร้องขอ ก็จะมีบรรดานักสู้ในหมู่พวกเขามายังเจ้า และต่อสู้ตราบที่ยังมีลมหายใจเหมือนอย่างก้อนเมฆในฤดูร้อน จนคำเทศนาตรงนี้ ท่านอะลี (อ.) ก็เดินลงจากมิมบัร

คำเทศนาที่๔
[ 4 ]

ومن خطبة له (عليه السلام) خصائص اهل البيت (ع)
[وهي من أفصح كلامه(عليه السلام)، وفيها يعظ الناس ويهديهم من ضلالتهم، ويقال: إنه خطبها بعد قتل طلحة والزبير]
بِنَا اهْتَدَيْتُمْ في الظَّلْمَاءِ، وَتَسَنَّمْتُمُ العلْيَاءَ، وبِنَا انْفَجَرْتُم عَنِ السِّرَارِ، وُقِرَ سَمْعٌ لَمْ يَفْقَهِ الوَاعِيَةَ، كَيْفَ يُرَاعِي النَّبْأَةَ مَنْ أَصَمَّتْهُ الصَّيْحَةُ؟
رُبِطَ جَنَانٌ لَمْ يُفَارِقْهُ الخَفَقَانُ.
مَا زِلتُ أَنْتَظِرُ بِكُمْ عَوَاقِبَ الغَدْرِ، وَأَتَوَسَّمُكُمْ بِحِلْيَةِ الـمُغْتَرِّينَ، سَتَرَني عَنْكُمْ جِلْبَابُ الدِّينِ، وَبَصَّرَنِيكُمْ صِدْقُ النِّيَّةِ، أَقَمْتُ لَكُمْ عَلَى سَنَنِ الحَقِّ في جَوَادِّ الـمَضَلَّةِ، حيْثُ تَلْتَقُونَ وَلا دَلِيلَ، وَتَحْتَفِرُونَ وَلا تُميِهُونَ.
اليَوْمَ أُنْطِقُ لَكُمُ العَجْمَاءَ ذاتَ البَيَان! عَزَبَ رَأْيُ امْرِىء تَخَلَّفَ
عَنِّي، مَا شَكَكْتُ في الحَقِّ مُذْ أُرِيتُهُ! لَمْ يُوجِسْ مُوسَى خِيفَةً عَلَى نَفْسِهِ، أَشْفَقَ مِنْ غَلَبَةِ الجُهَّالِ وَدُوَلِ الضَّلالِ! اليَوْمَ تَوَاقَفْنَا عَلَى سَبِيلِ الحَقِّ وَالباطِلِ، مَنْ وَثِقَ بِمَاء لَمْ يَظْمَأْ!

ความพิเศษของอะฮฺลุลบัยตฺ (อ.)ประกอบด้วยโวหารอันทรงคุณค่ายิ่ง เป็นข้อเตือนใจแก่คนทั้งหลายอีกทั้งเป็นการชี้นำให้ทุกคนพ้นจากความลุ่มหลง คำเทศนานี้มีขึ้นหลังจากท่านสังหาร ฏ็อลฮะฮฺ กับ ซุบัยรฺแล้ว โอ้ประชาชนทั้งหลายด้วยการชี้นำของพวกเรา พวกท่านจึงรอดพ้นจากความืดมิด หลงทาง และความโง่เขลา และได้รับทางนำสู่หนทางที่เที่ยงธรรม และด้วยการช่วยเหลือของเรา พวกท่านได้ปีนป่ายสู่วภาวะอันสูงส่ง (มีหน้ามีตาและมีสถานภาพที่สูงส่งเป็นที่รู้จักของสังคม) และเพราะเราอีกนั่นเอง  ที่พวกเจ้าได้พ้นจากความเคลือบแคลงแห่งคืนเดือนมืด (ขั้นต่ำสุดของการเป็นกาฟิรและมุชริก) สู่แสงอรุณรุ่งในยามเช้า จงหนวกไปเลยโสตหูที่ปิดกั้นเสียงแห่งการชี้นำ คนที่หูหนวกไม่ได้ยินเสียงครวญโหยหวล (พระดำรัสแห่งอัลลอฮฺและคำพูดของท่านศาสดา) จะมีโอกาสได้ยินเสียงตือนอันแผ่วเบาได้อย่างไร มั่นใจเถิดว่าหัวใจดวงใดที่หวั่นเกรงอัลลอฮฺ (เป็นดุอาอฺที่อิมามขอให้กับผู้ที่มีความยำเกรงและเกรงกลัวการลงโทษของพระองค์) ถ้าถูกผูกตรีงเสียแล้วไซร้ แรงเต้นของหัวใจจะไม่อาจทำให้มันหลุดออกจากการผูกได้ ข้าฯยังต้องรอดูสภาวะในบั้นปลายแห่งความลวง และการบิดพลิ้วสัญญาของพวกเจ้าต่อไป และข้าฯจะบำราบเลห์เพทุบายและความยะโสของพวกเจ้าให้หมดไป พวกเจ้าได้สำแดงการสวมใส่อาภรณ์แห่งศาสนาให้ข้าฯเห็น แต่ข้าฯได้มองเห็นธาตุแท้ของพวกเจ้าด้วยจิตด้านใน ข้าฯได้ยืนหยัดขึ้นเพื่อชี้นำพวกเจ้า ขณะที่พวกเจ้าอยู่ท่ามกลางความหลงผิด ระหกระเหิน และหลงทางปราศจากผู้ชี้นำ  พวกเจ้าขุดหาบ่อเพื่อหาน้ำแต่แล้วพวกเจ้าก็หาได้พบตาน้ำสักหยดหนึ่งไม่ วันนี้ ข้าฯพูดกับพวกเจ้าดั่งคนไม่ลิ้น พวกเจ้าจงออกห่างจากทัศนะที่ขัดแย้งกับข้าฯ นับตั้งแต่ข้าฯได้พบสัจธรรม ข้าฯไม่เคยเคลือบแคลงสงสัยในสัจธรรมนั้นเลย เหมือนดังที่มูซา (อ.) ไม่เคยมีความรู้สึกประหวั่นในใจตน แต่สิ่งที่มูซาอนาทรนักก็คียชัยชนะของความโง่งมงายและการเถลิงอำนาจของผู้หลงผิด (ซึ่งสิ่งนั้นจะทำให้ประชาชนหลงทางออกไป เนื่องจากทุกครั้งที่ท่านมูซา (อ.) เผชิญหน้ากับศัตรูถ้าประชาชนเชื่อฟัง พวกเขาก็ได้รับทางนำ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยก็จะหลงทางออกไปและต้องได้รับโทษทัณฑ์อันแสนสาหัส) วันนี้ เรามายืนอยู่บนเส้นทางระหว่างสัจธรรมกับความผิดพลาด (ข้าฯอยู่บนสัจธรรมแต่พวกเจ้าอยู่บนความผิดพลาด)  ฉะนั้น คนใดเชื่อว่ามีน้ำ (เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำพูดของข้าฯ) เขาก็จะไม่กระหายอีกต่อไป

คำเทศนาที่ ๒๙


ومن خطبة له (عليه السلام)
[بعد غارة الضحاك بن قيس صاحب معاوية على الحاجّ بعد قصة الحكمين]
[وفيها يستنهض أصحابه لما حدث في الاطراف]

ท่านได้กล่าวคำเทศนาบทนี้ หลังจากที่ฏิฮาก บุตรของกิซ สมุนของมุอาวียะฮฺ  เข้าโจมตีกองคาราวานฮุจญาตบัยติลฮะรอม เมื่อปี ฮ. ศ. ที่ ๒๘ พวกเขาได้ปล้นสะดมทรัพย์สินของบรรดาฮุจญาตไปจนหมดสิ้น

أَيُّهَا النَّاسُ، الُْمجْتَمِعَةُ أبْدَانُهُمْ، الُمخْتَلِفَةُ أهْوَاؤُهُمْ ، كَلامُكُم يُوهِي   الصُّمَّ الصِّلابَ ، وَفِعْلُكُمْ يُطْمِعُ فِيكُمُ الاَْعْدَاءَ! تَقُولُونَ فِي الَمجَالِسِ: كَيْتَ وَكَيْتَ ، فَإذَا جَاءَ الْقِتَالُ قُلْتُمْ: حِيدِي حَيَادِ!  مَا عَزَّتْ دَعْوَةُ مَنْ دَعَاكُمْ، وَلاَ اسْتَرَاحَ قَلْبُ مَنْ قَاسَاكُمْ، أَعَالِيلُ بِأَضَالِيلَ ، دِفَاعَ ذِي الدَّيْنِ المَطُولِ

โอ้ ประชาชนชาวกูฟะฮฺเอ๋ย เรือนร่างของพวกท่านเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่ความคิดของพวกท่านแตกแยก ถ้อยคำของพวกเจ้าทำให้หินแข็งกร้าวต้องแตกสลาย แต่พฤติกรรมที่อ่อนแอ (ชอบนั่งอยู่กับบ้านไม่พร้อมที่จะทำสงคราม) ของพวกท่านได้สร้างความหวังให้ศัตรู เจ้าพูดกันในที่ประชุมหลายแห่งว่า เราจะทำอย่างนั้น จะทำอย่างนี้ แต่พอสงครามเกิดขึ้นจริง พวกเจ้าก็กล่าวว่า โอ้สงครามจงหลีกไป..และวิ่งหนี คำเชิญของผู้ที่เรียกร้องพวกเจ้า (ให้มาช่วยเหลือ) ในมาสงคราม พวกเจ้ามิยอมรับ (เจ้ามิได้ช่วยเขา) ผู้ที่ได้ยากลำบากเพื่อพวก หัวใจของเขามิเคยสุขสบายและสงบเลย ข้ออ้างต่าง ๆ (ที่พวกเจ้าไม่ทำสงครามกับศัตรูมันไม่ถูกต้อง และเป็นสาเหตุทำให้) หลงทางและหลงผิดออกไป เหมือนกับลูกหนี้ล่าช้าในการจ่ายหนี้

لاَ يَمنَعُ الضَّيْمَ الذَّلِيلُ! وَلاَ يُدْرَكُ الْحَقُّ إِلاَ بِالْجِدِّ! أَيَّ دَار بَعْدَ دَارِكُمْ تَمْنَعُونَ، وَمَعَ أَىِّ إِمَام بَعْدِي تُقَاتِلُونَ؟ المَغْرُورُ وَاللهِ مَنْ غَرَرْتُمُوهُ، وَمْنْ فَازَبِكُمْ فَازَ بَالسَّهْمِ الاَْخْيَبِ ، وَمَنْ رَمَى بِكُمْ فَقَدْ رَمَى بِأَفْوَقَ  نَاصِل.

ความต่ำต้อยและความกลัวมิอาจสกัดกั้นการกดขี่ได้ สัจธรรมมิอาจไขว่คว้ามาได้นอกจากด้วยความเพียรพยายามอย่างยิ่งยวด จะมีเรือนหลังไหน หลังจากเรือนของพวกเจ้าเองแล้ว (ศัตรูบุกโจมตีและเข้าทำลาย) จะหลงเหลืออยู่อีก (เวลานั้นศัตรูจะขับพวกเจ้าออกจากบ้านเรือน) นอกจากข้าแล้ว พวกเจ้าจะต่อสู้ร่วมกับอิมามคนใดหรือ ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ คนถูกลวง คือคนที่พวกเจ้าหลอกลวง ถ้าใครได้รับชัยชนะเพราะการช่วยเหลือของพวกเจ้า ก็เท่ากับชนะในเกมลูกศรที่จะถูกกินกลับในภายหลัง (เป็นชัยชนะที่ไม่มีความหมาย) ถ้าใครยิงลูกศรเนื่องด้วยความร่วมมือของพวกเจ้า ก็เท่ากับยิงลูกศรที่ปลายศรหัก
 
أَصْبَحْتُ وَاللهِ لا أُصَدِّقُ قَوْلَكُمْ، وَلاَ أَطْمَعُ فِي نَصْرِكُمْ، وَلاَ أُوعِدُ العَدُوَّ بِكُم.
مَا بَالُكُم؟ مَا دَوَاؤُكُمْ؟ مَا طِبُّكُمْ؟ القَوْمُ رِجَالٌ أَمْثَالُكُمْ، أَقَوْلاً بَغَيْرِ عِلْم! وَغَفْلَةً مِنْ غَيْرِ وَرَع! وَطَمَعاً في غَيْرِ حَقٍّ؟!

ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺว่า ข้าพูด ขณะที่ข้าไม่เชื่อในคำพูดของพวกเจ้า ข้าไม่เคยหวังในความช่วยเหลือของพวกเจ้า ข้าไม่ขอข่มขู่ศัตรู (มุอาวิยะฮฺกับสมุน) เนื่องด้วยพวกเจ้า พวกเจ้าเป็นเช่นไรแล้ว ยาแก้สำหรับพวกเจ้าคืออะไร เจ้ายอมรับวิธีรักษาแบบใด เมื่อศัตรูเป็นคนเหมือนกับพวกเจ้า ดีแล้วหรือที่พวกเจ้าพูดในสิ่งที่ไม่รู้และไม่เชื่อ ลืมแล้วหรือว่าต้องห่างไกลจากบาป (โดยหามีความสำรวมไม่) มักมากแต่ในสิ่งที่ไม่ชอบธรรม

คำเทศนาที่ 36


ومن خطبة له (عليه السلام)
في تخويف أَهل النهروان

อิมามกล่าว คำเทศนาบทนี้ เพื่อเตือนสำทับพวกนะฮฺเราะวานให้พวกเขาตื่นตัวและยึดมั่นบนสัจธรรม

فَأَنَا نَذِيرٌ لَكُمْ أَنْ تُصْبِحُوا صَرْعَى بِأَثْنَاءِ هذَا النَّهْرِ، وَ بِأَهْضَامِ هذَا الْغَائِطِ، عَلَى غَيْرِ بَيِّنَة مِنْ رَبِّكُمْ، وَ لاَسُلْطَان مُبِين مَعَكُمْ: قَدْ طَوَّحَتْ بِكُمُ الدَّارُ وَ احْتَبَلَكُمُ الْمِقْدَارُ.
وَ قَدْ كُنْتُ نَهَيْتُكُمْ عَنْ هذِهِ الْحُكُومَةِ فَأَبَيْتُمْ عَلَيَّ إِبَاءَ الْمُخالِفينَ الْمُنابِذينَ، حَتَّى صَرَفْتُ رَأْيِي إِلى هَوَاكُمْ وَ أَنْتُمْ مَعَاشِرُ أَخِفَّاءُ الْهَامِ، سُفَهَاءُ الاَْحْلاَمِ; وَ لَمْ آتِ ـ لاَأَبَالَكُمْ! ـ بُجْراً وَ لاَأَرَدْتُ لَكُمْ ضُرّاً.

ข้าหวั่นวิตกแทนพวกเจ้า ที่ว่าเมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้าพวกเจ้าจะถูกสังหาร ระหว่างริมฝั่งแม่น้ำนี้ ณ แผ่นดินที่ต่ำทราม โดยที่ไม่หลักฐานและเหตุผลที่ชัดเจน ณ พระผู้อภิบาลของพวกเจ้าอยู่ในมือ โลกของเจ้าได้โยนเจ้าไปสู่ความอัปยศ ความคิดที่ไม่ถูกต้องของเจ้านำพาพวกเจ้าไปติดบ่วงที่อันตรายยิ่งแน่นอน ข้าเคยห้ามพวกเจ้าแล้วเกี่ยวกับรัฐบาลนี้ แต่พวกเจ้าขัดขวางและขัดขืนข้า เฉกเช่นพวกขัดแย้งตัวฉกาจที่บิดพลิ้วสัญญา จนข้าต้องปล่อยความคิดเห็นให้คล้อยตามอารมณ์ของพวกเจ้า ที่แท้พวกเจ้าคือ หมู่ชนปัญญาอ่อน โง่เง่า ไร้ความคิดสิ้นดี เปล่าเลย ข้ามิได้นำความชั่วร้ายอันใหญ่หลวงมามอบให้แก่พวกเจ้า โอ้ลูกไม่มีพ่อทั้งหลาย ข้าไม่เคยปรารถนาให้พวกเจ้าได้รับอันตรายใด ๆ (พวกเจ้าต่างหากที่บีบบังคับข้า ให้ตกอยู่ในสภาพดังกล่าวและต้องยอมรับคำตัดสิ้น)

คำเทศนาที่ 39


ومن خطبة له (عليه السلام)
[خطبها عند علمه بغزوة النعمان بن بشير صاحب معاوية لعين التمر]
[وفيها يبدي عذره، ويستنهض الناس لنصرته]

คำเทศนานี้ ท่านอิมามกล่าวขณะที่ทราบข่าวว่า นุอ์มาน บุตรของชุบัยร์ (สาวกคนหนึ่งของมุอาวิยะฮฺ) ได้บุกโจมตีอัยนุลตะมัร (ดินแดนทางตอนเหนือของอิรัค) ท่านอิมามกล่าวถึงเหตุผลของท่านที่ไม่อาจออกมาเผชิญหน้ากับศัตรูได้ทันที

مُنِيتُ بِمَنْ لاَ يُطِيعُ إِذَا أَمَرْتُ وَلا يُجِيبُ إِذَا دَعَوْتُ، لاَ أَبَا لَكُمْ! مَا تَنْتَظِرُونَ بِنَصْرِكُمْ رَبَّكُمْ؟ أَمَا دِينٌ يَجْمَعُكُمْ، وَلاَ حَمِيَّةَ تُحْمِشُكُمْ؟! أَقُومُ فِيكُمْ مُسْتَصْرِخاً، وَأُنادِيكُمْ مُتَغَوِّثاً، فَلاَ تَسْمَعُونَ لي قَوْلاً، وَلاَ تُطِيعُون لِي أَمْراً، حَتَّى تَكَشَّفَ الاُْمُورُ عَنْ عَوَاقِبِ الْمَساءَةِ، فَمَا يُدْرَكُ بِكُمْ ثَارٌ، وَلاَ يُبْلَغُ بِكُمْ مَرَامٌ، دَعَوْتُكُمْ إِلَى نَصْرِ إِخْوَانِكُمْ فَجَرْجَرْتُمْ جَرْجَرَةَ الْجَمَلِ الاَْسَرِّ، وَتَثَاقَلْتُمْ تَثَاقُلَ الْنِّضْوِ الاَْدْبَرِ ثُمَّ خَرَجَ إِلَيَّ مِنْكُمْ جُنَيْدٌ مُتَذَائِبٌ ضَعِيفٌ (كَأَنَّمَا يُسَاقُونَ إِلَى الْمَوْتِ وَهُمْ يَنْظُرُونَ).

ข้าฯ ถูกทดสอบด้วยกลุ่มชนเมื่อข้าฯ ออกคำสั่งแต่พวกเขาที่ไม่เชื่อฟัง เมื่อข้าฯ เรียกหาพวกเขาจะไม่ขานรับ  โอ้เจ้าพวกไม่มีพ่อ การช่วยเหลื่อศาสนาของพระผู้อภิบาลพวกเจ้ายังจะคอยสิ่งใดอีก (สาเหตุที่พวกเจ้าไม่ออกรบคืออะไร) ไม่มีศาสนาใดเรียกร้องพวกเจ้าให้มารวมกันหรือ (เพื่อจะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันให้ประสบความสำเร็จทั้งโลกนี้และโลกหน้า) และคงไม่มีความกล้าหาญใดสั่นคอนให้พวกเจ้าโกรธเกลียดศัตรูของพวกเจ้า (เพื่อปกป้องศาสนาและประชาชาติ) ข้าฯ ขอยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพวกเจ้า ในฐานะผู้ป่าวร้อง ข้าฯ เีรียกขานให้พวกเจ้าช่วยเหลือ แต่ทว่าพวกเจ้ามิได้รับฟังข้าฯ แม้แต่คำเดียว และไม่เชื่อฟังข้าฯ แม้แต่เรื่่องเดียว จนกระทั่งความเลวร้ายของกิจการทั้งปวงได้ปรากฏโฉมออกมาในตอนหลัง (พวกเจ้าสำนึกเมืือทุกอย่างสายเกินไปและไม่มีประโยชน์อันใด ศัตรูมีอำนาจเหนือพวกเจ้า) ดังนั้น ในสภาพเช่นนี้ข้าฯ จะทวงแค้นของผู้ไม่มีความผิดคืนได้อย่างไร การช่วยเหลือของเจ้าจะไม่ทำให้บรรละความสมประสงค์ ข้าฯเีรียกร้องพวกเจ้าให้ช่วยเหลือพี่น้องของเจ้า (ขณะที่พวกเขาถูกรายล้อมด้วยศัตรู) แต่พวกเจ้าก็เดินอ้อยอิ่งทอดน่องเยี่ยงอูฐที่เป็นแผลฉกรรจ์ (การออกไปช่วยพี่น้องของเจ้า) หรือพวกเจ้าหน่วงเหนี่ยวกันและกันเยี่ยงสัตว์ที่ผอมแห้งและหลังถูกเจาะให้เป็นแผล มีทหารชั้นสวะเพียงเล็กน้อยเข้ามาหาข้าฯ พวกเขาอ่อนปวกเปียก หวาดกลัว และไร้ความสามารถ ดูประหนึ่ง เหมือนกับเขากำลังถูกส่งไปสู่ความตาย ขณะที่พวกเขามองเห็นความตายอยู่ตรงหน้า

คำเทศนาที่ ๖๙

การเมือง และประวัติศาสตร์ (ประณามพรรคพวก)

و من كلام له عليه السّلام : فى توبيخ بعض أصحابه

คำเทศนานี้อิมามอะลี (อ.) กล่าวประณามพรรคพวกบางคนของท่าน กล่าวว่า

كَمْ أُدَارِيكُمْ كَمَا تُدَارَى الْبِكَارُ الْعَمِدَةُ، وَ الثِّيَابُ الْمُتَدَاعِيَةُ! كُلَّمَا حِيصَتْ مِنْ جَانِب تَهَتَّكَتْ مِنْ آخَرَ، كُلَّمَا أَطَلَّ عَلَيْكُمْ مَنْسِرٌ مِنْ مَنَاسِرِ أَهْلِ الشَّامِ أَغْلَقَ كُلُّ رَجُل مِنْكُمْ بَابَهُ، وَ انْجَحَرَ انْجِحَارَ الضَّبَّةِ فِي جُحْرِهَا وَ الضَّبُعِ فِي وِجَارِهَا. الذَّلِيلُ وَ اللّهِ مَنْ نَصَرْتُمُوهُ! وَ مَنْ رُمِيَ بِكُمْ فَقَدْ رُمِيَ بَأَفْوَقَ نَاصِل. إِنَّكُمْ وَاللّهِ لَكَثِيرٌ فِي الْبَاحَاتِ، قَلِيلٌ تَحْتَ الرَّايَاتِ. وَ إِنِّي لَعَالِمٌ بِمَا يُصْلِحُكُمْ، وَ يُقيمُ أَوَدَكُمْ، وَ لكِنِّي لاَ أَرَى إِصْلاَحَكُمْ بِإِفْسَادِ نَفْسِي. أَضْرَعَ اللّهُ خُدُودَكُمْ، وَ أَتْعَسَ جُدُودَكُمْ! لاَ تَعْرِفُونَ الْحَقَّ كَمَعْرِفَتِكُمُ الْبَاطِلَ، وَ لاَ تُبْطِلُونَ الْبَاطِلَ كَإِبْطَالِكُمُ الْحَقَّ!.


ข้าเกื้อกูลด้วยเมตตาแก่พวกเจ้า เยี่ยงการเกื้อกูลลูกอูฐที่ไม่บรรทุกของหนักไว้บนหลังจนเกิดบาดแผลเหวอะหวะ มากเท่าไหร่แล้ว เปรียบประดุจกับการเอาใจใส่ต่อเสื้อผ้าที่เก่าจนผุกร่อน ทุกครั้งที่ปะชุนด้านหนึ่งอีกด้านหนึ่งก็จะฉีกขาดไปด้วย ทุกครั้งที่กองทัพซีเรียเข้าใกล้พวกเจ้า พวกเจ้าทุกคนก็จะรีบปิดประตูบ้าน เหมือนกับตัวเงินตัวทองที่วิ่งหนีไปซ่อนตัวอยู่ในรู หรือเยี่ยงกบที่หลบซ่อนตัวอยู่ตามซอก

ข้าขอสาบานด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺว่า ช่างเป็นความต่ำต้อยสำหรับผู้ที่พวกเจ้าเป็นผู้ช่วยเหลือเขา และเขาผู้นั้นถูกยิงด้วยดอกธนูเพราะพวกเจ้า เหมือนผู้ที่ยิงดอกธนูเรื่อยเปื่อยไร้ทิศทาง

ข้าขอสาบานด้วยพระนามแห่งอัลลอฮฺว่า จำนวนของพวกเจ้ามากมายอยู่ตามชายคา แต่มีจำนวนน้อยนักที่อยู่ภายใต้ร่มธงแห่งกองทัพ แท้จริง ข้าเองย่อมรู้ดีว่าสิ่งใดสามารถปรับปรุงแก้ไขพวกเจ้าได้ สิ่งใดสามารถทำให้ความคดงอของพวกเจ้ายื่นตรงได้ แต่ทว่าข้าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขพวกเจ้าด้วยความผิดที่เจ้าก่อขึ้น อัลลอฮฺ จักโน้มใบหน้าของพวกเจ้าให้คว่ำลงกับพื้นดิน แล้วจะทรงทำลายล้างประโยชน์อันเล็กน้อย (จากความอับอายและความสุข) ให้พินาศลง พวกเจ้าไม่รู้จักสัจธรรมดีเท่ากับที่พวกเจ้ารู้จักสิ่งที่เป็นเท็จ และพวกเจ้ามิได้ทำลายความเท็จเหมือนดั่งที่พวกเจ้าทำลายล้างสัจธรรม


               คงไม่ผิดเพี้ยนนักหรอก ที่เราตั้งชื่อหัวข้อนี้ว่า “เมื่อท่านอาลีประณามและสาปแช่งชีอะฮ์”  ด้วยเพราะข้อความจากตำราของชีอะฮ์เองเป็นสิ่งยืนยันถึงพฤติกรรมอันเลวร้ายของพวกเขา และแม้กระทั่งอิหม่ามของพวกเขาเองก็ยังรับพฤติกรรมอันเลวร้ายนี้ไม่ได้ ทั้งตะลบตะแลง,บิดพลิ้ว และหักหลัง แม้ในปัจจุบันพวกเขาก็ไม่เคยเปลี่ยนพฤติกรรมอันเลวทรามเยี่ยงนี้เลย สมแล้วที่ท่านอิหม่ามอาลีประณามและสาปแช่งพวกเขา








สงวนลิขสิทธิ์โดย © อ.ฟารีด เฟ็นดี้ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2007-04-06 (6624 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]