ค้นหา  ·  หัวข้อเรื่อง  ·  เข้าระบบ  ·  เผยแพร่เรื่อง
                      สมัครสมาชิก  

หนังสือใหม่

ผลงานล่าสุด
ของ อ.ฟารีด เฟ็นดี้


อีซีกุโบร์



พิธีกรรมยอดฮิตติดอันดับของเมืองไทย อิซีกุโบร์ พิธีกรรมเซ่นสังเวยดวงวิญญาณ วิเคราะห์เจาะลึกถึงที่มาพร้อมวิเคราะห์หลักฐาน คนกินข้าว ผีกินบุญ จริงหรือ ?

อุศ็อลลี



เหนียตและการตะลัฟฟุซแตกต่างกันอย่างไร แสดงที่มาของการกล่าวอุศ็อลลี แจงเหตุที่มาและบทวิเคราะห์ทางวิชาการ

ซัยยิดินา



การเพิ่มซัยยิดินาในศอลาวาต เป็นฮะดีษศอเฮียะห์จริงหรือ แจงเหตุที่มาและบทวิเคราะห์ทางวิชาการ

การยกมือตั๊กบีร
ระหว่างสองสุญูด




การยกมือตั๊กบีรระหว่างสองสุญูด เป็นซุนนะห์จริงหรือ วิเคราะห์หลักฐานที่กล่าวกันว่าท่านนบีกระทำเป็นบางครั้งจริงหรือไม่

วะบิฮัมดิฮี



หลักฐานการอ่านวะบิฮัมดิฮีในรุกัวอ์และสุญูดถูกต้องหรือ เชคอัลบานีว่าเป็นฮะดีษ ศอเฮียะห์จริงหรือไม่ พิสูจน์หลักฐานตามศาสตร์ของฮะดีษ เพื่อคุณจะได้มีคำตอบแก่ตัวเอ

วาญิบต้องศอลาวาต
ในตะชะฮุดแรกหรือ




ชี้แจงมุมมองของเชคอัลบานี ที่ตกทอดสู่เมืองไทย ถ้าไม่อ่านศอลาวาตในตะชะฮ์ฮุดแรกละหมาดใช้ไม่ได้ หากลืมก็ต้องสุญูดซะฮ์วี จริงหรือ อ่านวิเคราะห์หลักฐานทางวิชาการ เพื่อคุณจะได้มีคำตอบแก่ตัวเอง

รู้ทันชีอะฮ์



เผยกลลวงของชีอะห์ในการดึงมุสลิมออกจากอิสลาม
ตอบโต้ข้อกล่าวหา,ใส่ร้าย,ประณามศอฮาบะห์

ติดต่อและสั่งซื้อได้ที่
คุณยะอ์กู๊บ น้อยนงค์เยาว์
084 0004619


รวมวิดีโอ

>>..ดูทั้งหมด..<<


เมนูหลัก

 บริการหลัก
หน้าแรก
ถามตอบ
ติดต่อสอบถาม
แนะนำบอกต่อ
ค้นหา
แสดงสถิติ
ผลสำรวจ
ยอดฮิตติดอันดับ
 บริการสมาชิก
รายนามสมาชิก
 บริการข่าวสาร
 บริการอื่นๆ
ดาวน์โหลด
วิดีโอบรรยาย
ห้องแสดงภาพ
ฮะดีษแปลไทย


บทความรายวิชา








วิเคราะห์ข้อขัดแย้ง

  ศอฮาบะห์กางเต้นท์อ่านอัลกุรอานบนกุโบร์หรือ
  อัลกอมะห์กับแม่
  อิสลามเปลี่ยนวันใหม่ตอนมักริบไม่ใช่เที่ยงคืน
  เฝ้ากุโบร์ไม่ฮะราม..หรือ
  วิพากษ์หลักฐานเรื่องทำกุรบานให้คนตาย
  ถือศีลอดสิบวันแรกเดือนซุ้ลฮิจญะห์เป็นฮะดีษศอเฮียะห์หรือไม่
  วันที่ 9 ซุ้ลฮิจญะห์ที่ไม่มีอะรอฟะห์
  มีหลักฐานห้ามไหม
  กล่าวเท็จต่อท่านนบีว่า ท่านอ่านอัลกุรอานในกุโบร
  วิพากษ์หลักฐานการอ่านอัลกุรอานที่กุโบร์ ตอนที่ 3 คำรายงานที่ถูกต้องจากอิบนิอุมัร

[ดูเรื่องทั้งหมด]

บทความทั่วไป

  ทำบุญประเทศ
  เมื่อโลกหยุดหมุน
  ผีแม่ซื้อ
  ประเพณีการแต่งงานของมุสลิมภาคใต้
  อาซูรอ 10 มุฮัรรอม กับตำนานกวนซุฆอ
  เมาตาคือใคร
  ...ทาส... ตอนที่ 2
  ...ทาส... ตอนที่ 1
  เผยอะกีดะห์กลุ่มดะอ์วะห์ ตอนที่ 2
  เผยอะกีดะห์กลุ่มดะอ์วะห์ ตอนที่ 1

[ดูเรื่องทั้งหมด]

เหมือนหรือต่าง

ภาพเปรียบเทียบระหว่างพิธีการทรมานตนเองของชาวชีอะฮ์ อิหม่าม 12 ในวันที่ 10 มุฮัรรอมของทุกปี กับม้าทรงของศาลเจ้าสามกอง ในงานประจำปี จ.ภูเก็ต


ชีอะฮ์อิหม่ามสิบสอง

ม้าทรงศาลเจ้าสามกอง

ชีอะฮ์อิหม่ามสิบสอง

ม้าทรงศาลเจ้าสามกอง

ชีอะฮ์อิหม่ามสิบสอง


เวบลิ้งค์

มรดกอิสลาม
อัซซุนนะห์
ซุนนะห์ไซเบอร์
ชมรมวะรอซะตุซซุนนะฮฺ แนวร่วมมุสลิมต่อต้านรอฟิเฏาะ - ร่วมต่อต้านวันนี้ หรือจะรอให้สายเกินไป



วะศีย์ ผู้สืบแทนนบี




               วะศีย์ หมายถึงผู้ได้รับคำสั่งเสียให้เป็นตัวแทนหรือเป็นผู้สืบแทนทำหน้าที่ต่อจากท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งลัทธิชีอะห์มีความเชื่อกันว่า บรรดาอิหม่ามของพวกเขานั้นคือ วะศีย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอาลี อิบนิ อบีตอลิบ พวกเขาเชื่อกันว่า บรรดาอิหม่ามนั้นอยู่ในสถานภาพเช่นเดียวกับท่านนบี มูฮัมหมัด ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม หมายถึงท่านนบีได้รับการแต่งตั้งจากพระองค์อัลลอฮ์ ดังนั้นตัวแทนหรือผู้สืบแทนนี้ก็ได้รับการแต่งตั้งจากพระองค์อัลลอฮ์ เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงพยายามดิ้นรนเสาะหาหลักฐานจากอัลกุรอานหรือจากฮะดีษของท่านนบี มายืนยันความเชื่อของพวกเขาแก่บรรดาผู้คน แต่เราได้ตีแผ่ข้อเท็จจริงกันไปก่อนหน้านี้แล้วว่า อัลกุรอาน และฮะดีษของท่านนบีที่พวกเขานำมาอ้างนั้นเป็นการอ้างเท็จ ด้วยการบิดเบือนที่มาและความหมายเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพวกเขา แล้วนำเอาไปหลอกชาวบ้านว่า นี่แหละคือหลักฐานแต่งตั้งตามที่อ้าง

                แต่การที่อุลามาอ์ของชีอะห์ในแต่ละยุคและในแต่ละสถานที่นั้นไม่ได้ประสานความร่วมมือในการโกหกมดเท็จ จึงเกิดภาพการอ้างแบบสะเปะสะปะ โดยต่างคนต่างหยิบฉวยและต่างคนต่างอ้าง ทำให้เกิดภาพเบลอว่า อัลกุรอานและฮะดีษเกือบทั้งหมดเป็นเรื่องราวของการแต่งตั้งอิหม่ามทั้งสิ้น หรือว่าเหล่านี้คือสาระหลักของอัลอิสลามที่พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงประทานมาให้แก่มนุษยชาติในยุคสุดท้าย แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว การกระทำของพวกเขาเป็นแค่เพียงการแอบอ้างที่ท่านอาลีและลูกหลานของท่านมิได้มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการแอบอ้างของพวกเขาแต่อย่างใด โดยคำพูดของท่านอาลี จากตำราของชีอะห์เองเป็นข้อยืนยันในการโกหกมดเท็จของพวกเขาที่มีต่อชาวโลก และนี่คือสาสน์ของท่านอาลีที่ส่งถึงมุอาวียะห์ จากตำราของชีอะห์เองดังนี้




  اِنَّهُ بَايَعَنِي القَوْمُ الَّذِيْنَ بَايَعُوا أبَا بَكْرٍ وَعُمَرَ وَعُثْمَانَ عَلى مَا بَايَعُوهُمْ عَليْهِ فَلَمْ يَكُنْ لِلشَّاهِدِ أَنْ  يَخْتَارَ وَلاَ لِلغَائِبِ أَنْ يَرُدَّ وَاِنَّمَا الشُّوْرَى لِلمُهَاجِرِيْنَ وَالأنْصَارِ فَاِنِ اجْتَمَعُوا عَلى رَجُلٍ وَسَمُّوْهُ  اِمَامًا كَانَ ذَلِكَ للهِ رِضًا فَاِنْ خَرَجَ عَنْ أمْرِهِمْ خَارِجٌ بِطَعْنٍ أوْ بِدْعَةٍ رَدُّوْهُ اِلى مَا خَرَجَ مِنْهُ فَاِنْ  أبَى قَاتَلُوْهُ عَلى اتِّبَاعِهِ غَيْرَ سَبِيْلِ المُؤْمِنِيْنَ وَوَلاَّهُ اللهُ مَا تَوَلَّى  وَلَعَمْرِي يَا مُعَاوِيَةُ لَئِنْ نَظَرْتَ بِعَقْلِكَ دُوْنَ هَوَاكَ لَتَجِدَنَّ أَبْرَأ النَاسِ مِنْ دَمِ عُثْمَانَ وَلَتَعْلَمَنَّ أنِّي فِى عَزْلَةِ عَنْهُ اِلاَّ أنْ تَتَجَنَّى فَتَجَنَّ مَا بَدَالَكَ  والسلام كُنْتُ  



“อันที่จริงแล้วหมู่ชนที่ได้ให้สัตยาบันต่อฉันก็คือกลุ่มชนที่เคยให้สัตยาบันต่อท่านอบูบักร์,ท่านอุมัร, และท่านอุสมาน  ดังที่พวกเขาได้เคยให้สัตยาบันมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยที่ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ใดจะคัดเลือกหรือคัดค้านไม่ว่าผู้นั้นจะอยู่ในเหตุการณ์หรือไม่ก็ตาม หากแต่ขึ้นอยู่กับสภาที่ประชุมชาวมุฮาญีรีนและชาวอันศอร หากพวกเขามีฉันทานุมัติให้แก่ผู้ใด ก็จะให้สถานะเขาเป็นผู้นำ วิถีทางเช่นนี้แหละเป็นที่พอพระทัยสำหรับอัลลอฮ์ แต่หากเขาฝืนฉันทานุมัตินั้น ก็เท่ากับเขาออกไปอย่างมุ่งร้ายและอุตริโดยแท้ จึงจำเป็นต้องให้เขากลับมารับฉันทานุมัตินั้น แต่ถ้าเขาปฏิเสธก็จำต้องสังหาร ด้วยการที่เขาดำเนินตามแนวทางอื่นที่ไม่ใช่แนวทางของบรรดาผู้ศรัทธา อัลลอฮ์จึงได้ให้เขาหลงไปในสิ่งที่เขาปรารถนา  ฉันขอสาบาน โอ้มุอาวิยะห์เอ๋ย หากท่านพิจารณาด้วยปัญญาของท่านโดยไม่ใช้อารมณ์ละก็ ท่านจะพบว่า ฉันนั้นบริสุทธิ์จากเหตุการณ์หลั่งเลือดอุสมาน และท่านก็จะรู้ว่าฉันไม่เกี่ยวข้องใดๆ เลยนอกจากถูกปรักปรำ แต่ถ้าท่านเชื่อเช่นนั้นก็ตามใจ วัสสลาม

                 ข้อความของท่านอาลีข้างต้นนี้เป็นการตีแสกหน้าลัทธิชีอะห์อิหม่ามสิบสองอย่างจัง ซึ่งในขณะที่ลัทธิชีอะห์อ้างกันว่า มีหลักฐานแต่งตั้งไว้แล้วจากอัลกุรอานและจากฮะดีษของท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม แต่ท่านอาลีเองกลับมิได้รับทราบและมิได้เข้าใจเช่นนั้น โดยท่านกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ใดจะแต่งตั้งแต่ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมของชาวมุฮาญีรีนและอันศอร ว่าจะเห็นควรให้ใครดำรงตำแหน่งคอลีฟะห์ และนั่นคือความพอพระทัยของพระองค์อัลลอฮ์

                ยิ่งไปกว่านั้น ขณะที่ท่านอาลีถูกเสนอให้ทำหน้าที่คอลีฟะห์ ท่านกลับบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธที่จะรับตำแหน่ง โดยกล่าวว่า   دعوني والتمسوا غيري    ความหมายคือ  พวกเจ้าทั้งหลายจงปล่อยฉันและจงไปหาคนอื่นนอกจากฉันเถิด  ข้อความเหล่านี้มิใช่เรายกเมฆขึ้นมาใส่ความพวกเขา แต่เป็นคำพูดของท่านอาลีเองที่ถูกระบุอยู่ในตำราหลักของชีอะห์ชื่อ นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์ หน้าที่ 136,366,367,322

                ที่กล่าวมาแล้วนี้เป็นการประจานความเลวร้ายของชีอะห์ในการหลอกลวงต่อชาวโลกเรื่องหลักฐานการแต่งตั้งอิหม่าม ผู้เป็นวะศีย์ หรือเป็นค่อลีฟะห์ต่อจากท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม นอกจากนี้ยังมีนิยายที่ตลกขบขันอีกเรื่องหนึ่งที่พวกเขานำมาอ้างว่า ท่านรอซูลได้ตั้งให้ท่านอาลีเป็น วะศีย์ และเป็น ค่อลีฟะห์

                ลัทธิชีอะห์อิหม่ามสิบสองได้เปิดฉากนิยายเรื่องนี้โดยการอ้างอัลกุรอานว่า หลังจากที่พระองค์อัลลอฮ์ได้ทรงประทานอัลกุรอานมาว่า

 


وَأنْذِرْ عَشِيْرَتَكَ الأقْرَبِيْنَ

 

“และจงตักเตือนวงศาคณาญาตที่ใกล้ชิดของเจ้าก่อน”  (ซูเราะห์อัชชุอะรออ์ อายะห์ที่ 214)

                 พวกเขาอ้างว่าท่านนบี ได้เรียกประชุมวงศาคณาญาตของท่าน แล้วประกาศกลางที่ประชุมว่า

 

فأيكم يوازرني فى هذا الأمر على ان يكون أخي ووزيري وخليفتي ووصي فيكم



“ผู้ใดในหมู่พวกท่านที่ให้ความช่วยเหลือฉันในภากิจนี้ เขาจะได้เป็นพี่น้องของฉัน เป็นผู้สั่งการแทนฉัน เป็นผู้สืบแทนฉัน เป็นผู้ได้รับคำสั่งเสียของฉันในหมู่พวกท่าน

                ในที่นั้นทุกคนต่างนิ่งเงียบ มีเพียงอาลี อิบนิอบีตอลิบ คนเดียวที่ขานรับคำของท่านนบี ดังนั้นท่านนบีจึงได้ประกาศท่ามกลางเครือญาติของท่านว่า

 

أن هذا أخي ووصي وخليفتي فيكم فاسمعواله وأطيعوه



 
“บุคคลผู้นี้คือพี่น้องของฉัน เป็นผู้ได้รับคำสั่งเสียจากฉัน และเป็นผู้สืบแทนฉันในหมู่พวกท่าน ดังนั้นจงเชื่อฟังและภักดีต่อเขา”

                เรื่องเหล่านี้ที่พวกเขานำมาอ้างนี้ ถ้าหากเป็นนิยายเล่าสู่กันฟังเพลินๆ ก็คงไม่แปลกอะไร แต่พวกเขาอ้างอัลกุรอาน และอ้างคำของท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม เราจึงต้องตรวจสอบว่าเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ และข้อความทั้งสองประโยคข้างต้นนั้นเป็นคำพูดของท่านนบีจริงหรือไม่

               หากท่านผู้อ่านไม่ทราบกระบวนการตรวจสอบฮะดีษ หรือไม่มีความรู้เรื่องวิชาการฮะดีษเลยก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะจับเท็จการแอบอ้างของลัทธิชีอะห์อิหม่ามสิบสอง ซึ่งขอให้ท่านตั้งหลักง่ายๆดังนี้

 
ประการที่หนึ่ง

                คำของท่านอาลี อิบนิอบีตอลิบ จากตำราของชีอะห์ในข้างต้นยืนยันว่า ไม่มีการแต่งตั้ง และไม่ใช่หน้าที่ของผู้ใดจะคัดเลือกกันตามใจชอบ แต่ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมของชาวมุฮาญีรีนและอันศอรว่าจะเห็นควรให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งคอลีฟะห์ และนั่นคือความพอพระทัยจากพระองค์อัลลอฮ์

               ถ้าหากเรื่องที่ลัทธิชีอะห์อิหม่ามสิบสองอ้างเป็นความจริงละก็ ทำไมท่านอาลีจึงปกปิดเรื่องเหล่านี้ไว้ เพราะท่านอาลีก็อยู่ในเหตุการณ์ที่ท่านนบี ประกาศตั้งตามการอ้างของชีอะห์ไม่ใช่หรือ แล้วท่านอาลีจะพูดกลบคำสั่งแต่งตั้งได้อย่างไร ในเมื่อท่านอาลีก็เป็นหนึ่งในผู้จงรักภักดีต่อท่านนบี ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อท่านอาลีถูกเสนอให้เป็นคอลีฟะห์ ท่านก็ยังบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับตำแหน่งโดยกล่าวว่า “อย่ามายุ่งกับฉันไปหาคนอื่นเถิด” ซึ่งหากคำอ้างของเหล่าชีอะห์อิหม่ามสิบสองมีความถูกต้อง ท่านอาลีก็ต้องอยู่ในสถานะของผู้ปฏิเสธอัลกุรอานและปฏิเสธคำสั่ง (ฮะดีษ) ของท่านนบี หรือหากท่านอาลีมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนั้นสิ่งที่ลัทธิชีอะห์อิหม่ามสิบสองนำมาแสดงก็เป็นการกล่าวเท็จต่อท่านนบี,ใส่ความท่านอาลี ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาอ้างจึงไม่ใช่หลักฐาน แต่เป็นนิยายลวงโลก

 
ประการที่สอง

                 อัลกุรอานจากซูเราะห์อัชชุอะรออ์ อายะห์ที่ 214 ที่พวกเขานำมาอ้างนั้นเป็นอายะห์ที่ถูกประทานลงมาในช่วงแรก โดยพระองค์อัลลอฮ์ได้สั่งให้ท่านนบีประกาศอิสลามแก่วงศาคณาญาติที่ใกล้ชิดก่อน ท่านคิดว่าการประกาศอิสลามของท่านนบีประการแรกนั้น ท่านจะสอนคนให้ศรัทธาในพระเจ้าก่อน หรือท่านนบีจะประกาศแต่งตั้งผู้สืบแทนก่อน อย่างนี้แหละที่เป็นนิยายตลกที่ชีอะห์นำมาอ้าง ซึ่งในขณะที่ยังไม่มีผู้ใดศรัทธาต่อพระองค์อัลลอฮ์ หรือศรัทธาต่อท่านนบีเลย ท่านก็ประกาศแต่งตั้งผู้สืบแทนเสียแล้วหรือ  หรือว่าสาระหลักในคำสอนของลัทธิชีอะห์นั้นสอนให้ศรัทธาต่ออิหม่ามก่อนการสอนให้รู้จักพระเจ้า

 
ประการที่สาม

                เป็นที่ทราบกันดี และเป็นที่ยอมทั้งชาวซุนนะห์และลัทธิชีอะห์อิหม่ามสิบสองว่า ขณะที่ท่านนบีได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ประกาศอิสลามนั้น ท่านอาลียังเป็นเด็ก ซึ่งตำราทั้งโลกยืนยันตรงกันว่า อาลีเป็นเด็กคนแรกที่รับอิสลาม  ซึ่งในขณะที่ยังไม่มีผู้ใดศรัทธาต่อพระเจ้าและศรัทธาต่อท่านนบีมูฮัมหมัด และรัฐอิสลามก็ยังไม่เกิดขึ้น ท่านนบีก็ประกาศแต่งตั้งให้เด็กชายอาลีเป็นผู้สืบแทนเสียแล้วหรือ

               ที่ตลกไปกว่านั้นก็คือ คำประกาศที่ชีอะห์อ้างว่า ท่านนบีพูดกลางที่ประชุมว่า อาลีคือพี่น้องของฉัน  คนในที่ประชุมไม่รู้หรือว่า ท่านอาลีเป็นลูกใคร หรือว่าในที่ประชุมวงศาคณาญาตนั้นเขานับพี่นับน้องกันไม่ถูกจึงต้องกล่าวสำทับว่า นี่คือพี่น้องของฉัน

               ที่ซ้ำร้ายไปยิ่งกว่าก็คือ คำประกาศที่ชีอะห์อ้างว่า ท่านนบีพูดกลางที่ประชุมว่า จงเชื่อฟังและภักดีต่อเขา  ก็ในขณะที่ยังไม่มีผู้ใดศรัทธาต่ออัลลอฮ์และศรัทธาต่อท่านนบีเลย แต่กลับประกาศให้ปู่,ย่า,ตา,ยาย,ลุง,ป้า,น้า,อา เชื่อฟังภักดีต่อหลานที่ยังไม่บรรลุศาสภาวะที่ชื่อเด็กชายอาลี แปลกไหมละ

 
ประการที่สี่

                ที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นเพียงการให้ข้อมูลแก่พี่น้องที่ไม่ทราบว่าจะตรวจสอบฮะดีษที่เขาอ้างกันอย่างไรว่า มีความถูกต้องมากน้อยขนาดไหน แต่ถ้าหากเรามีสติไม่หลงเคลิ้มไปกับข้ออ้างละก็ แม้จะไม่ทราบกระบวนการตรวจสอบฮะดีษก็สามารถที่จะจับโกหกระดับโลกของลัทธิชีอะห์อิหม่ามสิบสองได้ด้วยตัวท่านเอง

               แต่หากนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาทางวิชาการ ก็จะต้องสืบตั้งแต่แหล่งที่มา เพราะหากเป็นคำพูดของท่านนบีจริง ก็สามารถแสดงสายรายงาน,ตัวผู้รายงาน และตำราฮะดีษที่บันทึกฮะดีษเหล่านี้ไว้ แต่เรากลับพบว่า ฮะดีษที่ลัทธิชีอะห์อิหม่ามสิบสองนำมาอ้างนั้น นอกจากไม่สามารถแสดงสายรายงาน,ตัวผู้รายงานที่ถูกต้องชัดเจนตามมาตรวิชาการได้แล้ว ฮะดีษเหล่านี้ยังไม่มีบันทึกในสารบบฮะดีษศอเฮียะห์อีกด้วย ดังนั้นข้อความที่พวกเขานำมาอ้างจึงเป็นการนำเอาฮะดีษเก้หรือนิยายมาอธิบายอัลกุรอาน และประติดประต่อเรื่องให้ดูสมจริงสมจัง จนผู้คนที่ไม่ทราบที่มาที่ไปคิดว่าเป็นเรื่องจริง แต่การจับโกหกของเราในครั้งนี้เราได้เจอผู้โกหกตัวฉกาจระดับโลกแล้ว แต่เราอยากให้เหล่าชีอะห์เป็นผู้ยืนยันด้วยตัวของพวกเขาเองว่า  ระหว่างท่านอาลี อิบนิ อบีตอลิบ กับชีอะห์อิหม่ามสิบสอง ใครคือผู้ลวงโลกกันแน่

 















สงวนลิขสิทธิ์โดย © อ.ฟารีด เฟ็นดี้ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2008-01-25 (2442 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]