ค้นหา  ·  หัวข้อเรื่อง  ·  เข้าระบบ  ·  เผยแพร่เรื่อง
                      สมัครสมาชิก  

หนังสือใหม่

ผลงานล่าสุด
ของ อ.ฟารีด เฟ็นดี้


อีซีกุโบร์



พิธีกรรมยอดฮิตติดอันดับของเมืองไทย อิซีกุโบร์ พิธีกรรมเซ่นสังเวยดวงวิญญาณ วิเคราะห์เจาะลึกถึงที่มาพร้อมวิเคราะห์หลักฐาน คนกินข้าว ผีกินบุญ จริงหรือ ?

อุศ็อลลี



เหนียตและการตะลัฟฟุซแตกต่างกันอย่างไร แสดงที่มาของการกล่าวอุศ็อลลี แจงเหตุที่มาและบทวิเคราะห์ทางวิชาการ

ซัยยิดินา



การเพิ่มซัยยิดินาในศอลาวาต เป็นฮะดีษศอเฮียะห์จริงหรือ แจงเหตุที่มาและบทวิเคราะห์ทางวิชาการ

การยกมือตั๊กบีร
ระหว่างสองสุญูด




การยกมือตั๊กบีรระหว่างสองสุญูด เป็นซุนนะห์จริงหรือ วิเคราะห์หลักฐานที่กล่าวกันว่าท่านนบีกระทำเป็นบางครั้งจริงหรือไม่

วะบิฮัมดิฮี



หลักฐานการอ่านวะบิฮัมดิฮีในรุกัวอ์และสุญูดถูกต้องหรือ เชคอัลบานีว่าเป็นฮะดีษ ศอเฮียะห์จริงหรือไม่ พิสูจน์หลักฐานตามศาสตร์ของฮะดีษ เพื่อคุณจะได้มีคำตอบแก่ตัวเอ

วาญิบต้องศอลาวาต
ในตะชะฮุดแรกหรือ




ชี้แจงมุมมองของเชคอัลบานี ที่ตกทอดสู่เมืองไทย ถ้าไม่อ่านศอลาวาตในตะชะฮ์ฮุดแรกละหมาดใช้ไม่ได้ หากลืมก็ต้องสุญูดซะฮ์วี จริงหรือ อ่านวิเคราะห์หลักฐานทางวิชาการ เพื่อคุณจะได้มีคำตอบแก่ตัวเอง

รู้ทันชีอะฮ์



เผยกลลวงของชีอะห์ในการดึงมุสลิมออกจากอิสลาม
ตอบโต้ข้อกล่าวหา,ใส่ร้าย,ประณามศอฮาบะห์

ติดต่อและสั่งซื้อได้ที่
คุณยะอ์กู๊บ น้อยนงค์เยาว์
084 0004619


รวมวิดีโอ

>>..ดูทั้งหมด..<<


เมนูหลัก

 บริการหลัก
หน้าแรก
ถามตอบ
ติดต่อสอบถาม
แนะนำบอกต่อ
ค้นหา
แสดงสถิติ
ผลสำรวจ
ยอดฮิตติดอันดับ
 บริการสมาชิก
รายนามสมาชิก
เข้าระบบ(สมัครสมาชิก)
 บริการข่าวสาร
 บริการอื่นๆ
ดาวน์โหลด
วิดีโอบรรยาย
ห้องแสดงภาพ
ฮะดีษแปลไทย


บทความรายวิชา








วิเคราะห์ข้อขัดแย้ง

  ศอฮาบะห์กางเต้นท์อ่านอัลกุรอานบนกุโบร์หรือ
  อัลกอมะห์กับแม่
  อิสลามเปลี่ยนวันใหม่ตอนมักริบไม่ใช่เที่ยงคืน
  เฝ้ากุโบร์ไม่ฮะราม..หรือ
  วิพากษ์หลักฐานเรื่องทำกุรบานให้คนตาย
  ถือศีลอดสิบวันแรกเดือนซุ้ลฮิจญะห์เป็นฮะดีษศอเฮียะห์หรือไม่
  วันที่ 9 ซุ้ลฮิจญะห์ที่ไม่มีอะรอฟะห์
  มีหลักฐานห้ามไหม
  กล่าวเท็จต่อท่านนบีว่า ท่านอ่านอัลกุรอานในกุโบร
  วิพากษ์หลักฐานการอ่านอัลกุรอานที่กุโบร์ ตอนที่ 3 คำรายงานที่ถูกต้องจากอิบนิอุมัร

[ดูเรื่องทั้งหมด]

บทความทั่วไป

  ทำบุญประเทศ
  เมื่อโลกหยุดหมุน
  ผีแม่ซื้อ
  ประเพณีการแต่งงานของมุสลิมภาคใต้
  อาซูรอ 10 มุฮัรรอม กับตำนานกวนซุฆอ
  เมาตาคือใคร
  ...ทาส... ตอนที่ 2
  ...ทาส... ตอนที่ 1
  เผยอะกีดะห์กลุ่มดะอ์วะห์ ตอนที่ 2
  เผยอะกีดะห์กลุ่มดะอ์วะห์ ตอนที่ 1

[ดูเรื่องทั้งหมด]

เหมือนหรือต่าง

ภาพเปรียบเทียบระหว่างพิธีการทรมานตนเองของชาวชีอะฮ์ อิหม่าม 12 ในวันที่ 10 มุฮัรรอมของทุกปี กับม้าทรงของศาลเจ้าสามกอง ในงานประจำปี จ.ภูเก็ต


ชีอะฮ์อิหม่ามสิบสอง

ม้าทรงศาลเจ้าสามกอง

ชีอะฮ์อิหม่ามสิบสอง

ม้าทรงศาลเจ้าสามกอง

ชีอะฮ์อิหม่ามสิบสอง


เวบลิ้งค์

มรดกอิสลาม
อัซซุนนะห์
ซุนนะห์ไซเบอร์
ชมรมวะรอซะตุซซุนนะฮฺ แนวร่วมมุสลิมต่อต้านรอฟิเฏาะ - ร่วมต่อต้านวันนี้ หรือจะรอให้สายเกินไป



อัลกอมะห์กับแม่





               สลามครับ “อาจารย์น่าจะเคยได้ยินฮะดีษอัลกอมะห์  นักวิชาการบ้านเราเอามาอ้างบ่อยมาก แต่นักวิชาการชาวพม่าเขาท้วงติงว่าเป็นฮะดีษฏออีฟ ผมก็อปความหมายภาษาไทยส่งมาให้ รบกวนอาจารย์ช่วยชี้แจงสถานะฮะดีษให้ด้วยครับ ญะซากัลลอฮ์”  คนบุรีรัมย์



               ข้อความของฮะดีษมีดังนี้

               “ท่านอบู อัลลัยซ์ อัซซะมัรกอนดีย์ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวจากท่านอะนัส อิบนิ มาลิก (ร.ฎ.) ว่า : มีชายหนุ่มผู้หนึ่งถูกเรียกขานกันว่า :  อัลก่อมะห์ในสมัยท่านศาสนทูต (ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ชายหนุ่มผู้นี้ได้ล้มป่วยและมีอาการหนักและจวนจะสิ้นใจ จึงมีผู้กล่าวขึ้นแก่เขาว่า : ท่านจงกล่าว ลาอิลาฮะอิลลั้ลลอฮ์"

               ปรากฏ ว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่อาจกระดิกลิ้นของตนเพื่อกล่าวประโยคดังกล่าวได้แม้แต่ น้อย จึงมีผู้นำข่าวไปแจ้งแก่ท่านศาสนทูต (ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) พระองค์จึงถามว่า: ชายผู้นี้มีบิดามารดาหรือไม่? จึงมีผู้กล่าวว่า : บิดาของเขานั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่เขายังมีมารดาผู้แก่ชราอยู่กับเขา” ท่านศาสนทูต (ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) จึงได้ส่งคนไปตามนางมา

               เมื่อนางมาถึง พระองค์ก็ได้ทรงถามนางถึงสภาพของชายหนุ่มผู้ล้มป่วยปางตาย นางก็กล่าวว่า : โอ้ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ เขาเป็นผู้ดำรงการละหมาดและถือศีลอดทั้งฟัรฎูและซุนนะห์เสมอ ๆ และมักจะบริจาคทานเป็นทรัพย์สินมากมายจนเรามิอาจทราบได้ว่ามันมีจำนวนมาก น้อยเพียงใด?

               ท่าน ศาสนทูต (ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) จึงทรงซักนางต่อว่า : และสถานภาพของเธอกับเขาเล่าเป็นเช่นใด? นางก็ตอบว่า : โอ้ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ ฉันมีเรื่องโกรธเคืองต่อเขา! พระองค์จึงกล่าวถามว่า: ด้วยเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? นางก็ตอบว่า : เขาเห็นว่าภรรยาของเขาดีกว่าฉันและยอมเชื่อฟังนางในทุก ๆ เรื่อง"

               พระองค์ จึงกล่าวว่า : ความโกรธเคืองของผู้เป็นแม่ของชายผู้นี้ได้ปิดกั้นลิ้นของเขาจากการกล่าวปฏิญานตนนั่นเอง” ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่สามารถกล่าวคำว่า ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ ได้! ต่อมาพระองค์ก็ทรงกล่าวขึ้นว่า : โอ้ บิล้าลเอ๋ย! ท่านจงออกไปและจงไปเก็บรวบรวมไม้พื้นให้ได้มากที่สุด เพื่อที่ฉันจักได้จุดไฟเผาเขาผู้นั้นเสีย"

               นาง ผู้เป็นมารดาจึงกล่าวขึ้นว่า: โอ้ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ! ลูกชายของฉันผู้เป็นดั่งดวงใจ พระองค์จะเผาเขาต่อหน้าฉันกระนั้นหรือ? แล้วหัวใจของฉันจะยอมรับได้เชียวหรือ? ท่านศาสนทูต (ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) จึงกล่าวขึ้นว่า ถ้าเช่นนั้น ย่อมเป็นการดีสำหรับเธอในการที่พระองค์อัลลอฮจะทรงอภัยให้แก่เขา ฉะนั้นเธอจงพึงพอใจและยกโทษให้แก่เขาเถิด!

               ขอ สาบานต่อพระผู้ซึ่งชีวิตของฉันอยู่ในอุ้งพระหัตถ์ของพระองค์ การละหมาดและการบริจาคทานของเขาย่อมมิเกิดประโยชน์อันใด ตราบใดที่เธอยังคงโกรธเคืองต่อเขา! เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ นางจึงได้ยกมือของนางขึ้นพร้อมกล่าวขึ้นว่า : ฉันขอยืนยันต่อพระองค์อัลลอฮพระผู้ทรงอยู่ในชั้นฟ้าของพระองค์ และท่าน โอ้ ท่านศาสนทูต ตลอดจนบุคคลที่อยู่ ณ ที่นี้ให้ทราบทั่วกันว่า บัดนี้ฉันพึงพอใจต่อเขาแล้ว"

               ท่าน ศาสนทูต (ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) จึงกล่าวขึ้นว่า :  โอ้ บิล้าลเอ๋ย! ท่านจงออกไปแล้วไปดูซิว่า อัลก่อมะห์สามารถกล่าว ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ ได้หรือไม่ ทั้งนี้เป็นไปได้ว่า แม่ของเขาอาจจะกล่าวเช่นนั้นด้วยสิ่งที่ไม่ได้มีอยู่ในหัวใจของนางอันเนื่อง จากละอายต่อศาสนทูตแห่งอัลลอฮ! ท่านบิล้าลจึงได้ออกไป

               ครั้น เมื่อท่านมาสุดที่ประตูบ้านท่านก็ได้ยินอัลก่อมะห์กล่าวว่า: ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮ แล้วอัลกอมะห์ก็ได้สิ้นใจในวันนั้น เขาจึงถูกอาบน้ำศพให้และถูกห่อศพ และท่านศาสนทูต (ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ก็ได้ละหมาดให้แก่ศพของอัลกอมะห์ ครั้นต่อมาเมื่อพระองค์ทรงยืนอยู่ที่ริมหลุมศพของพระองค์ได้กล่าวขึ้นว่า : โอ้ปวงชนมุฮายีรีนและอันศ๊อร บุคคลใดเทิดทูนภรรยาของตนเหนือมารดาของตน บุคคลผู้นั้นย่อมได้รับการสาปแช่งจากพระองค์อัลลอฮและพระองค์จะมิทรงรับการกลับเนื้อกลับตัวหรือค่าไถ่ใด ๆ จากบุคคลผู้นั้น”



               ต้องยอมรับว่า เรื่องอัลกอมะห์กับแม่นี้ เป็นเรื่องที่ถูกกล่าวขานบ่อยครั้ง โดยเฉพาะผู้บรรยายหรือคอเต๊บตามมัสยิดต่างๆ มักจะยกมาเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้เนรคุณต่อแม่, นักพูดบางคนเล่าเรื่องนี้ได้ซึ้งกินใจจนทำเอาผู้ฟังน้ำตาซึมกันเลยทีเดียว

                แม้ผมจะเคยได้ยินเรื่องนี้บ่อยครั้งแต่ก็ไม่เคยตรวจสอบที่มาที่ไปว่ามีความถูกต้องมากน้อยเพียงใด แต่ประการหนึ่งที่ผู้กล่าวอ้างเรื่องนี้ควรพิจารณาก็คือ หากอ้างว่าเป็นฮะดีษของท่านนบีก็จำต้องมีแหล่งที่มาที่ถูกต้อง มิเช่นนั้นแล้วจะเป็นการกล่าวเท็จต่อท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ยิ่งเมื่อถูกติติงว่าเป็นฮะดีษฏออีฟ ก็จำต้องตรวจสอบถึงเท็จจริง

                ข้อความตัวบทภาษาอาหรับมีดังนี้
 

حُكى أن في زمن النبي صلى الله عليه وسلم شاب يُسمى علقمة وكان كثير الاجتهاد في طاعة الله في الصلاة والصوم والصدقة فمرض واشتد مرضه فأرسلت امرأته إلى رسول الله صلى الله عليه وسلم إن زوجي علقمة في النزاع فأردت أن أعلمك يا رسول اله بحاله فأرسل النبي صلى الله عليه وسلم عمارًا وصهيبًا وبلالاً رضي الله عنهم وقال: امضوا إليه ولقنوه الشهادة فمضوا إليه ودخلوا عليه فوجدوه في النزع الأخير فجعلوا يلقنونه ( لا إله إلا الله ) ولسانه لا ينطق بها فأرسلوا إلى رسول الله صلى الله عليه وسلم يخبرونه أنه لا ينطق لسانه بالشهادة فقال النبي صلى الله عليه وسلم: هل من أبويه أحد حي ؟ قيل: يا رسول الله أم كبيرة السن فأرسل إليها رسول الله صلى الله عليه وسلم وقال للرسول قل: لها إن قدرت على المسير إلى رسول الله صلى الله عليه وسلم وإلا فقرى في المنزل حتى يأتيك قال فجاء إليها الرسول فأخبرها بقول رسول الله صلى الله عليه وسلم فقالت: نفسي لنفسه فداء أنا أحق بإتيانه فتوكأت وقانت على عصى وأتت رسول الله صلى الله عليه وسلم فسلمت فرد عليها السلام وقال: يا أم علقمة أصدقينى وإن كذبتني جاء الوحي من الله تعالى: كيف حال ولدك علقمة ؟ قالت: يا رسول الله كثير الصلاة كثير الصيام كثير الصدقة. قال رسول الله صلى الله عليه وسلم: فما حالك ؟ قالت: يا رسول الله أنا عليه ساخطة. قال: ولم ؟ قالت: يا رسول الله كان يؤثر علىّ زوجته ويعصينى. فقال رسول الله صلى الله عليه وسلم: إن سخط أم علقمة حجب لسان علقمة عن الشهادة ثم قال: يا بلال انطلق واجمع لي حطباً كثيراً ، قالت: يا رسول الله وما تصنع ؟ قال: أحرقه بالنار بين يديك. قالت: يا رسول الله ولدى لا يحتمل قلبي أن تحرقه بالنار بين يدي. قال: يا أم علقمة عذاب الله أشد وأبقى فإن سرك أن يغفر الله له فارضي عنه فوالذي نفسي بيده لا ينتفع علقمة بصلاته ولا بصيامه ولا بصدقته ما دمت عليه ساخطة فقالت: يا رسول الله إني أشهد الله تعالى ملائكته ومن حضرني من المسلمين أنى رضيت عن ولدى علقمة. فقال رسول الله صلى الله عليه وسلم: انطلق يا بلال إليه وانظر هل يستطيع أن يقول ( لا إله إلا الله ) أم لا فلعل أم علقمة تكلمت بما ليس في قلبها حياء منى. فانطلق بلال فسمع علقمة من داخل الدار يقول ( لا إله إلا الله ) فدخل بلال فقال يا هؤلاء إن سخط أم علقمة حجب لسانه عن الشهادة وإن رضاها أطلق لسانه ثم مات علقمة من يومه فحضره رسول الله صلى الله عليه وسلم فأمر بغسله وكفنه ثم صلى عليه وحضر دفنه ثم قام على شفير قبره. وقال: يا معشر المهاجرين والأنصار من فضل زوجته على أمه فعليه لعنة الله والملائكة والناس أجمعين لا يقبل الله منه صرفا ولا عدلا إلا أن يتوب إلى الله عز وجل ويحسن إليها ويطلب رضاها فرضي الله في رضاها وسخط الله في سخطها.

 
                 ข้อความภาษาอาหรับข้างต้นนี้ ระบุอยู่ในหนังสือ “อัลกะบาอิร” ของ อัสซะฮะบีย์ 1/39 ระบุชื่อ “อัลกอมะห์” และอ้างคำพูดของท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม
                 อีกสำนวนหนึ่งระบุอยู่ในหนังสือ “อัตตัรฆีบ วัตตัรฮีบ” ของ อัลมุนซีรีย์ (3/226) มีข้อความดังนี้
 

وروي عن عبد الله بن أبي أوفى رضي الله عنه قال كنا عند النبي صلى الله عليه و سلم فأتاه آت فقال شاب يجود بنفسه فقيل له قل لا إله إلا الله فلم يستطع فقال كان يصلي فقال نعم فنهض رسول الله صلى الله عليه و سلم ونهضنا معه فدخل على الشاب فقال له قل لا إله إلا الله فقال لا أستطيع
قال لم قال كان يعق والدته فقال النبي صلى الله عليه و سلم أحية والدته قالوا نعم
قال ادعوها فدعوها فجاءت فقال هذا ابنك قالت نعم
فقال لها أرأيت لو أججت نار ضخمة فقيل لك إن شفعت له خلينا عنه وإلا حرقناه بهذه النار أكنت تشفعين له قالت يا رسول الله إذا أشفع له
قال فأشهدي الله واشهديني قد رضيت عنه
قالت اللهم إني أشهدك وأشهد رسولك أني قد رضيت عن ابني فقال له رسول الله صلى الله عليه و سلم يا غلام قل لا إله إلا الله وحده لا شريك له وأشهد أن محمدا عبده ورسوله فقالها فقال رسول الله صلى الله عليه و سلم الحمد لله الذي أنقذه بي من النار

 
 

                ข้อความนี้อ้างว่า ได้นำมาจาก อับดุลลอฮ์ อิบนุ อบีเอาว์ฟา แต่มิได้ระบุชื่อ อัลกอมะห์ ในคำรายงานเพียงแต่กล่าวว่า เป็นชายหนุ่มผู้หนึ่ง

               นอกจากนั้นแล้วยังมีตำราอีกหลายเล่มที่เอาข้อความทั้งสองนี้ไปอ้างต่อๆกัน เช่น
               ตัฟซีร อันนีซาบูรีย์  1/38-39

               ตัฟซีร อัรรอซีย์  1/214

               อัสซะวาญิร อันอิกติรอฟิ้ลกะบาอิร 2/397-398

               บะฮ์รุ้ลอุลูม ซะมัรก็อนดีย์ 1/312

               และ ฯลฯ

 

               อย่างไรก็ตามบรรดานักวิชาการฮะดีษได้นำเอาคำรายงานทั้งสองนี้มาตรวจสอบแล้วพบว่า ข้อความทั้งสองใช้สำนวนขึ้นต้นรายงานด้วยคำว่า   حُكِيَ   แปลว่า ถูกเล่าว่า” และ  رُوِيَ   ถูกรายงานว่า”  ซึ่งในทางศาสตร์ฮะดีษเรียกว่า “ตัมรีด” หมายถึงเป็นสำนวนที่ไม่ระบุที่มาอย่างชัดเจน ทำให้ไม่ทราบว่า ถูกเล่าหรือถูกรายงานมาจากผู้ใด

               สำหรับผู้รายงานในลำดับถัดมามีบุคคลชื่อ ฟาอิด อบุ้ลฟัรกออ์ ซึ่งบรรดานักวิชาการฮะดีษวิจารณ์เกี่ยวกับตัวเขามากมายเช่น

            อัสซะฮะบีย์ ได้ตีแผ่สายรายงานว่า

 

فائد أبو الورقاء الكوفي العطار عن بن أبي أوفى وغيره وعنه يزيد بن هارون والفريابي وجمع تركوه

 

ฟาอิด อบู้ลวัรกออ์ อัลกูฟีย์ อัลอัตฏอร รายงานจาก (อับดุลลอฮ์) อิบนิ อบี เอาว์ฟา และคนอื่นๆ ส่วนผู้ที่รายงานต่อจากเขาคือ ยะซีด บิน ฮารูณ และ อัลฟิรยาบีย์ แต่ก็เห็นพ้องให้ทิ้งการรายงานของเขา” อัลกาซิฟ 2/119

               อัลบัยฮะกีย์ รายงานเรื่องนี้ไว้ในลำดับที่ 7650 โดยระบุสายรายงานและผู้รายงานว่า ฟาอิด ได้ฟังเรื่องนี้มาจาก อับดุลลอฮ์ อิบนิ อบี เอาว์ฟา และท่านได้กำกับไว้ในท้ายบทว่า
 

تفرد به فائد أبو الورقاء ، وليس بالقوي

 
ฟาอิด อบู้ลวัรกออ์ รายงานเรื่องนี้เพียงลำพัง แต่ก็ไม่แข็งแรง” (16/405)

             อันนะซาอีย์ ได้ระบุ ฟาอิด ไว้เป็นหนึ่งในบรรดาผู้รายงานอ่อนและถูกคัดทิ้ง โดยกล่าวสำทับว่า
 
فائد أبو الورقاء متروك الحديث 

ฟาอิด อบู้ลวัรกออ์ นั้นฮะดีษที่เขารายงานถูกคัดทิ้ง” อัลดุอะฟาอ์วัลมัฏรูกีน 1/226

             อัลฮัยซะมีย์ ได้ระบุเรื่องเล่านี้ไว้ใน มัจญ์มะอ์ อัสซะวาอิด พร้อมวิจารณ์ว่า

 فيه فائد أبو الورقاء وهو متروك 

ในสายรายงานนี้มีผู้รายงานชื่อ ฟาอิด อบุ้ลวัรกออ์ เขาเป็นผู้ที่ถูกคัดทิ้ง” มัจญ์มะอ์ อัสซะวาอิด 3/443
 

                อิบนุล เญาซีย์ ได้นำเอาสายรายงานและตัวบทมาตีแผ่ในหนังสือ “อัลเมาฏัวอาต” และได้กล่าววิจารณ์ในตอนท้ายว่า  ฮะดีษนี้ไม่มีคำรายงานที่ถูกต้องจากท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม โดยในสายรายงานมีบุคคลอชื่อ ฟาอิด ซึ่งท่านอิหม่ามอะห์หมัดกล่าวถึงเขาว่า  ฟาอิดนั้นฮะดีษที่เขารายงานถูกคัดทิ้ง, ท่านยะห์ยา กล่าวว่า ไม่ใช่ฮะดีษ, อิบนุฮิบบาน กล่าวว่า ไม่อนุญาตให้เอาไปอ้างเป็นหลักฐาน, ท่านอุกอยลีย์ กล่าวว่า ไม่มีรายงานใดๆมาสำทับคำรายงานนี้ และในสายรายงานมีบุคคลชื่อ ดาวู๊ด บิน อิบรอฮีม ซึ่งอบูฮาติม กล่าวว่า เขาโกหก”  อัลเมาฏูอาต เล่มที่ 3 หน้าที่ 87

                เชคอัลบานีย์ ได้คัดกรองฮะดีษเรื่องนี้จากหนังสือ “อัลตัรฆีบ วัตตัรฮีบ” แล้วกล่าววิจารณ์ว่า เป็นฮะดีษที่อ่อนมาก”  ฏออีฟ อัตตัรฆีบ วัตตัรฮีบ 2/143

                อิหม่ามซายูตี ได้ถ่ายทอดคำวิจารณ์เรื่องนี้จากท่านอุกอยลีย์ว่า ไม่ถูกต้องและฟาอิดนั้นถูกคัดทิ้ง และท่าน อัลบัยฮะกีย์ได้กล่าวว่า  มีเพียงฟาอิด อบุ้ลวัรกออ์ รายงานเรื่องนี้เพียงลำพัง แต่ก็ไม่แข็งแรง” อัลลาลีย์อัลมัศนูอะห์ฟีลเมาฏัวอะห์ 1/251

                 สรุปก็คือ ฮะดีษอัลกอมะห์กับแม่ ไม่มีตัวบทใดที่อยู่ในสถานะศอเฮียะห์ วัลลอฮุอะอ์ลัม









สงวนลิขสิทธิ์โดย © อ.ฟารีด เฟ็นดี้ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2010-09-22 (5857 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]