มุสลิม/หมวดที่1/บทที่75/ฮะดีษเลขที่ 0301
أَنَّ عَائِشَةَ، زَوْجَ النَّبِيِّ صلى الله عليه وسلم أَخْبَرَتْهُ أَنَّهَا قَالَتْ كَانَ أَوَّلُ مَا بُدِئَ بِهِ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم مِنَ الْوَحْىِ الرُّؤْيَا الصَّادِقَةَ فِي النَّوْمِ فَكَانَ لاَ يَرَى رُؤْيَا إِلاَّ جَاءَتْ مِثْلَ فَلَقِ الصُّبْحِ ثُمَّ حُبِّبَ إِلَيْهِ الْخَلاَءُ فَكَانَ يَخْلُو بِغَارِ حِرَاءٍ يَتَحَنَّثُ فِيهِ - وَهُوَ التَّعَبُّدُ - اللَّيَالِيَ أُولاَتِ الْعَدَدِ قَبْلَ أَنْ يَرْجِعَ إِلَى أَهْلِهِ وَيَتَزَوَّدُ لِذَلِكَ ثُمَّ يَرْجِعُ إِلَى خَدِيجَةَ فَيَتَزَوَّدُ لِمِثْلِهَا حَتَّى فَجِئَهُ الْحَقُّ وَهُوَ فِي غَارِ حِرَاءٍ فَجَاءَهُ الْمَلَكُ فَقَالَ اقْرَأْ ‏.‏ قَالَ ‏"‏ مَا أَنَا بِقَارِئٍ - قَالَ - فَأَخَذَنِي فَغَطَّنِي حَتَّى بَلَغَ مِنِّي الْجَهْدَ ثُمَّ أَرْسَلَنِي فَقَالَ اقْرَأْ ‏.‏ قَالَ قُلْتُ مَا أَنَا بِقَارِئٍ - قَالَ - فَأَخَذَنِي فَغَطَّنِي الثَّانِيَةَ حَتَّى بَلَغَ مِنِّي الْجَهْدَ ثُمَّ أَرْسَلَنِي فَقَالَ اقْرَأْ ‏.‏ فَقُلْتُ مَا أَنَا بِقَارِئٍ فَأَخَذَنِي فَغَطَّنِي الثَّالِثَةَ حَتَّى بَلَغَ مِنِّي الْجَهْدَ ثُمَّ أَرْسَلَنِي ‏.‏ فَقَالَ ‏{‏ اقْرَأْ بِاسْمِ رَبِّكَ الَّذِي خَلَقَ * خَلَقَ الإِنْسَانَ مِنْ عَلَقٍ * اقْرَأْ وَرَبُّكَ الأَكْرَمُ * الَّذِي عَلَّمَ بِالْقَلَمِ * عَلَّمَ الإِنْسَانَ مَا لَمْ يَعْلَمْ‏}‏ ‏"‏ ‏.‏ فَرَجَعَ بِهَا رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم تَرْجُفُ بَوَادِرُهُ حَتَّى دَخَلَ عَلَى خَدِيجَةَ فَقَالَ ‏"‏ زَمِّلُونِي زَمِّلُونِي ‏"‏ ‏.‏ فَزَمَّلُوهُ حَتَّى ذَهَبَ عَنْهُ الرَّوْعُ ثُمَّ قَالَ لِخَدِيجَةَ ‏"‏ أَىْ خَدِيجَةُ مَا لِي ‏"‏ ‏.‏ وَأَخْبَرَهَا الْخَبَرَ قَالَ ‏"‏ لَقَدْ خَشِيتُ عَلَى نَفْسِي ‏"‏ ‏.‏ قَالَتْ لَهُ خَدِيجَةُ كَلاَّ أَبْشِرْ فَوَاللَّهِ لاَ يُخْزِيكَ اللَّهُ أَبَدًا وَاللَّهِ إِنَّكَ لَتَصِلُ الرَّحِمَ وَتَصْدُقُ الْحَدِيثَ وَتَحْمِلُ الْكَلَّ وَتَكْسِبُ الْمَعْدُومَ وَتَقْرِي الضَّيْفَ وَتُعِينُ عَلَى نَوَائِبِ الْحَقِّ ‏.‏ فَانْطَلَقَتْ بِهِ خَدِيجَةُ حَتَّى أَتَتْ بِهِ وَرَقَةَ بْنَ نَوْفَلِ بْنِ أَسَدِ بْنِ عَبْدِ الْعُزَّى وَهُوَ ابْنُ عَمِّ خَدِيجَةَ أَخِي أَبِيهَا وَكَانَ امْرَأً تَنَصَّرَ فِي الْجَاهِلِيَّةِ وَكَانَ يَكْتُبُ الْكِتَابَ الْعَرَبِيَّ وَيَكْتُبُ مِنَ الإِنْجِيلِ بِالْعَرَبِيَّةِ مَا شَاءَ اللَّهُ أَنْ يَكْتُبَ وَكَانَ شَيْخًا كَبِيرًا قَدْ عَمِيَ ‏.‏ فَقَالَتْ لَهُ خَدِيجَةُ أَىْ عَمِّ اسْمَعْ مِنِ ابْنِ أَخِيكَ ‏.‏ قَالَ وَرَقَةُ بْنُ نَوْفَلٍ يَا ابْنَ أَخِي مَاذَا تَرَى فَأَخْبَرَهُ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم خَبَرَ مَا رَآهُ فَقَالَ لَهُ وَرَقَةُ هَذَا النَّامُوسُ الَّذِي أُنْزِلَ عَلَى مُوسَى صلى الله عليه وسلم يَا لَيْتَنِي فِيهَا جَذَعًا يَا لَيْتَنِي أَكُونُ حَيًّا حِينَ يُخْرِجُكَ قَوْمُكَ ‏.‏ قَالَ رَسُولُ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم ‏"‏ أَوَمُخْرِجِيَّ هُمْ ‏"‏ ‏.‏ قَالَ وَرَقَةُ نَعَمْ لَمْ يَأْتِ رَجُلٌ قَطُّ بِمَا جِئْتَ بِهِ إِلاَّ عُودِيَ وَإِنْ يُدْرِكْنِي يَوْمُكَ أَنْصُرْكَ نَصْرًا مُؤَزَّرًا ‏"‏  

               
อุรวะห์ อิบนุซุบัยร์ รายงานว่าท่านหญิงอาอิชะห์  คู่ครองของท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม
  ได้บอกกับเขา โดยกล่าวว่า  เริ่มแรกที่ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้รับจากวะฮีย์นั้น ก็คือการฝันที่เป็นจริงในขณะท่านนอนหลับ แต่ท่านก็มิได้เห็นอะไรในฝันนั้น นอกจากมันมาดั่งแสงอรุณยามเช้า หลังจากนั้นท่านจะชอบอยู่ตามลำพัง โดยปลีกตัวไปอยู่ที่ถ้ำฮิรออ์ และที่นั่น ท่านได้ทำการวิงวอน คือการเคารพภักดี หลายคืนอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ท่านจะกลับมาหาครอบครัว และเตรียมเสบียง หลังจากนั้นท่านได้กลับมาหาท่านหญิงคอดิญะห์อีก เพื่อนำเสบียงกลับไปใหม่ 

          จนกระทั่งสัจธรรมได้มายังท่านขณะที่ท่านอยู่ในถ้ำฮิรออ์ โดยมะลักได้มาหาท่านแล้วกล่าวว่า จงอ่าน ท่านตอบว่า ฉันอ่านไม่เป็น ท่านกล่าวว่า เขาจับฉันและบีบฉันอย่างแรงจนฉันทนแทบไม่ไหว เขาจึงได้ปล่อย แล้วกล่าวว่า จงอ่าน ฉันตอบว่า ฉันอ่านไม่เป็น เขาได้บีบฉันอีกเป็นครั้งที่สองจนกระทั่งฉันทนไม่ไหว เขาจึงได้ปล่อย แล้วกล่าวว่า จงอ่าน ฉันตอบว่า ฉันอ่านไม่เป็น เขาได้จับและบีบฉันอย่างแรงเป็นครั้งที่สามแล้วจึงปล่อย และกล่าวว่า 

         
จงอ่านด้วยนามแห่งองค์อภิบาลของเจ้า ผู้ทรงสร้าง พระองค์ทรงสร้างมนุษย์จากก้อนเลือด จงอ่านเถิด และองค์อภิบาลของเจ้าผู้ทรงเอื้ออารีย์ (ซูเราะห์อัลอะลัก อายะห์ที่ 1 4)

          หลังจากนั้นท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัมได้กลับมาพร้อมกับเรื่องราวเหล่านี้ด้วยหัวใจที่ตื่นตระหนก ท่านได้ไปหาท่านหญิงคอดิญะห์  แล้วกล่าวว่า เอาผ้ามาคลุมฉัน! พวกเขาเอาผ้ามาคลุมท่านจนกระทั่งความหวาดกลัวได้คลายไปจากท่าน แล้วท่านก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านหญิงคอดิญะห์ทราบ

          ท่านกล่าวว่า  ฉันกลัวว่าอาจจะเกิดเหตุบางอย่างกับฉัน ท่านหญิงคอดิญะห์ได้กล่าวว่า มิได้เป็นเช่นนั้นหรอก ขอสาบานต่อพระองค์อัลลอฮ์, พระองค์อัลลอฮ์จะมิทรงให้ท่านระทมอย่างแน่นอน ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ เพราะท่านนั้นได้สัมพันธ์ดีต่อเครือญาติ
, ท่านพูดความจริงเสมอ, และแบกภาระของคนยากจน ท่านขวนขวายเพื่อคนอนาถา ท่านช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ท่านเป็นปากเป็นเสียงแทนพวกเขาเหล่านั้น
  
          แล้วท่านหญิงคอดิญะห์ก็พาท่านนบีไปพบกับวะรอเกาะห์ อิบนุเนาว์ฟัล อิบนุอะซัด อิบนุอับดิลอุซซา เขาเป็นลูกผู้พี่ของท่านหญิงคอดิญะห์ และเข้ารีตศาสนาคริสต์ ในสมัยญาฮิลียะห์ (ยุคก่อนการประกาศอิสลามของท่านนบี)  เขาเคยเขียนคัมภีร์ภาษายิว เขาคัดลอกคัมภีร์อินญีลเป็นภาษาอาหรับ ตามพระประสงค์แห่งอัลลอฮ์ที่ให้เขาเขียน เวลานั้นเขาแก่มากและตาพร่ามัว

          ท่านหญิงคอดิญะห์ได้กล่าวแก่เขาว่า โอ้ลูกผู้พี่ของฉัน โปรดฟังหลานของท่านด้วยเถิด วะรอเกาะได้กล่าวแก่ท่านนบีว่า โอ้หลานเอ๋ย เจ้าเห็นอะไรหรือ  ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์จึงได้บอกเหตุการณ์ที่ท่านเห็นให้เขาทราบ ทันใดนั้นวะรอเกาะห์ก็กล่าวกับท่านว่า นี่คือผู้กุมความลับที่พระองค์อัลลอฮ์ได้ส่งเขามาพบนบีมูซา ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ก่อนหน้านี้แล้ว ฉันอยากกลับไปเป็นหนุ่มอีก ฉันอยากมีชีวิตอยู่ขณะที่กลุ่มชนของเจ้าขับไล่เจ้า 

          ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า พวกเขาจะขับไล่ฉันอย่างนั้นหรือ เขาตอบว่า ใช่แล้ว ไม่มีผู้ใดที่ได้รับอย่างที่เจ้าได้รับนอกจากเขาจะถูกนับเป็นศัตรู และหากฉันยังคงมีชีวิตอยู่ถึงวันที่เจ้าถูกนับเป็นศัตรูแล้วฉันจะให้ความช่วยเจ้าอย่างเต็มที่





ฮะดีษนี้มาจาก อ.ฟารีด เฟ็นดี้
http://www.fareedfendy.com

URL สำหรับเรื่องนี้คือ:
http://www.fareedfendy.com/modules.php?name=Sections2&op=viewarticle2&artid=441