ซูเราะห์อัลบะกอเราะห์ อายะห์ที่ 127


وَإذْ يَرْفَعُ إبْرَاهِيْمُ القَوَاعِدَ مِنَ البَيْتِ وَإسْمَاعِيْلُ رَبَّنَا تَقَبَّلْ مِنَّا إنَّكَ أنْتَ السَّمِيْعُ العَلِيْمُ


และจงรำลึกถึงขณะที่อิบรอฮีมและอิสมาอีลได้ก่อฐานของกะอ์บะห์ให้สูงขึ้น โอ้องค์อภิบาลของเราเอ๋ย ขอพระองค์ทรงตอบรับจากเราด้วยเถิด แท้จริงพระองค์ท่านนั้นคือผู้ได้ยินและผู้ทรงรอบรู้



อิบนุ กะษีร อธิบายว่า คำว่า قَوَاعِدٌ เป็นคำพหูพจน์ของคำว่า قَاعِدَةٌ ซึ่งมีความหมายว่า “เสา” หรือ “ฐานราก” และอิหม่าม บุคอรี ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ในหัวข้อการอธิบายอัลกุรอาน อายะห์ที่ 127 ของซูเราะห์อัลบะกอเราะห์ เช่นเดียวกัน

พระองค์อัลลอฮ์ทรงใช้ให้ท่านนบี มูฮัมหมัด ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม รำลึกและกล่าวเรื่องนี้แก่อุมมะห์ของท่าน ในเหตุการณ์ที่ท่านนบี อิบรอฮีม และบุตรชายของท่านคือ นบีอิสมาแอล ทำการยกรากฐานของอาคารกะอ์บะห์ให้สูงขึ้น โดยทั้งสองไว้วิงวอนขอต่อพระองค์อัลลอฮ์ว่า “องค์อภิบาลของเราเอ๋ย ขอพระองค์ทรงตอบรับคำวิงวอนของเราด้วยเถิด แท้จริงพระองค์ท่านนั้นคือผู้ทรงได้ยินและเป็นผู้ทรงรอบรู้”

ในตัฟซี อัลกุรตุบีย์ ได้อ้างคำรายงานจาก อุบัย บิน กะอบ์ และ อับดุลลอฮ์ อิบนิ มัสอู๊ดว่า ทั้งสองท่านนี้ได้อ่านข้อความของอายะห์นี้ว่า

وَإذْ يَرْفَعُ إبْرَاهِيْمُ الْقَوَاعِدَ مِنَ البَيْتِ وَإسْمَاعِيْلُ وَيَقُوْلاَنِ رَبَّنَا تَقَبَّلْ مِنَّا


“และจงรำลึกถึงขณะที่อิบรอฮีมและอิสมาอีลได้ก่อฐานของกะอ์บะห์ให้สูงขึ้น และทั้งสองได้กล่าวว่า โอ้องค์อภิบาลของเราเอ๋ย ขอพระองค์ทรงตอบรับจากเราด้วยเถิด” ตัฟซีร อัลกุรตุบีย์ เล่มที่ 2 หน้าที่ 126

จะเห็นได้ว่าการอ่านของ อุบัย กับ อิบนิ มัสอู๊ด นั้นมีคำว่า “และทั้งสองได้กล่าวว่า” แทรกเข้ามาด้วย ซึ่งประเด็นนี้ มิใช่เป็นการเพิ่มเติมข้อความในอัลกุรอาน แต่เป็นการอ่านในเชิงการอธิบายให้เข้าใจ วัลลอฮุอะอ์ลัม

อิบนุ กะษีร กล่าวว่า ข้อความนี้อ้างถึงคำวิงวอนของทั้งสองด้วยถ้อยคำถัดจากอายะห์นี้ว่า

رَبَّنَا وَاجْعَلْنَا مُسْلِمَيْنِ لَكَ وَمِنْ ذُرِيَّتِنَا أُمَّةً مُسْلِمَةً لَكَ


“องค์องภิบาลของข้าเอ๋ย โปรดทำให้ข้าทั้งสองเป็นผู้นอบน้อมต่อพระองค์ และโปรดให้ลูกหลานของเราเป็นประชาชาติที่นอบน้อมต่อพระองค์” ซูเราะห์ อัลบะกอเราะห์ อายะห์ที่ 128

สิ่งที่ท่านนบีอิบรอฮีม และนบีอิสมาอีลได้กระทำนั้นเป็นการปฏิบัติคุณงามความดี และทั้งสองได้วิงวอนขอต่ออัลลอฮ์ให้ตอบรับการกระทำจากทั้งสอง ดังที่ถูกรายงานจาก อิบนุ อบี ฮาติม จากฮะดีษของ มูฮัมหมัด บิน ยะซีด บิน คุนัยส์ อัลมักกีย์ จาก วุฮัยบ์ บิน อัลวัรด์ ว่า เขาได้อ่านข้อความของอายะห์ที่ว่า (และจงรำลึกถึงขณะที่อิบรอฮีมและอิสมาอีลได้ก่อฐานของกะอ์บะห์ให้สูงขึ้น โอ้องค์อภิบาลของเราเอ๋ย ขอพระองค์ทรงตอบรับจากเราด้วยเถิด) แล้วเขาก็ร้องไห้ และกล่าวว่า “โอ้ผู้เป็นที่รักของอัลลอฮ์ ท่านได้ยกรากฐานบ้านของผู้ทรงเมตตา และท่านเป็นกังวลว่าจะไม่ถูกตอบรับจากท่าน”

กรณีนี้เช่นเดียวกับที่พระองค์อัลลอฮ์ทรงเล่าถึงสภาพของบรรดาผู้ศรัทธาที่มีความบริสุทธิ์ใจ เช่นพระองค์ทรงกล่าวว่า

وَالَّذِيْنَ يُؤْتُوْنَ مَا آتَوا وَقُلُوْبُهُمْ وَجِلَةٌ

“และบรรดาผู้ซึ่งบริจาคสิ่งที่พวกเขาได้รับมา โดยที่หัวใจของพวกเขามีความหวั่นเกรง” ซูเราะห์ อัลมุอ์มีนูน อายะห์ที่ 60


คือบริจาคซะกาตตามข้อกำหนดของศาสนาและบริจาคอื่นตามความสมัครใจ เพื่อแสวงหาความใกล้ชิดต่อพระองค์อัลลอฮ์ โดยพวกเขาเกรงว่า มันจะไม่ถูกตอบรับจากพวกเขา

ในตัฟซีรของ กุรตุบีย์ ได้อ้างคำรายงานจากท่านอาลี อิบนิ อบีฏอลิบ ว่า ท่านนบีอิบรอฮีม และนบีอิสมาอีล ได้ก่อสร้างอาคารกะอ์บะห์มีความสูงจากพื้นดิน 20 ศอก (ตัฟซีร อัลกุรตุบีย์ เล่มที่ 2 หน้าที่ 123)

แต่ในยุคญาฮิลียะห์ ก่อนที่ท่านนบี มูฮัมหมัด ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม จะได้ประกาศอิสลามนั้น พวกเขาได้ทำการบูรณะและย่อส่วนอาคารกะอ์บะห์ให้เล็กลงกว่าเดิม ซึ่งอิหม่ามบุคอรีได้รายงานเรื่องนี้ไว้ในบันทึกศอเฮียะห์ของท่าน หมวดที่ว่าด้วยเรื่องการอธิบายอัลกุรอ่าน ซูเราะห์ อัลบะกอเราะห์ อายะห์ที่ 127 จากคำรายงานของ อับดุลลอฮ์ อิบนิ อุมัร ว่า

عَنْ عَائِشَةَ رَضِىَ اللهُ عَنْهَا زَوْجِ النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أنَّ رَسُوْلَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ : ألَمْ تَرَى أنَّ قَوْمَكِ بَنَوُا الْكَعْبَةَ وَاقْتَصَرُوا عَنْ قَوَاعِدِ إبْرَاهِيْمَ ؟ فَقُلْتُ يَا رَسُوْلَ اللهِ : ألاَ تَرُدُّهَا عَلَى قَوَاعِدِ إبْرَاهِيْمَ ؟ قَالَ : لَوْلاَ حِدْثَانُ قَوْمِكِ بِالْكُفْرِ فَقَالَ عَبْدُ اللهِ بْنُ عُمَرَ : لَئِنْ كاَنَتْ عَائِشَةُ سَمِعَتْ هَذَا مِنْ رَسُوْلِ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ مَا أُرَى رَسُوْلَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ تَرَكَ اسْتِلاَمَ الرُكْنَيْنِ اللَّذَيْنِ يَلِيَانِ الحِجْرَ إلا أنَّ البَيْتَ لَمْ يُتَمَّمْ عَلَى قَوَاعِدِ إبْرَاهِيْمَ

“ท่านหญิงอาอิชะห์ ซึ่งเป็นคู่ครองของท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ขออัลลอฮ์ทรงพอพระทัยต่อเธอด้วย ได้กล่าวว่า ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า เธอไม่เห็นหรือว่ากลุ่มชนของเธอได้สร้างกะอ์บะห์ขึ้นมาใหม่แล้วก็ย่อส่วนฐานรากของมันจากที่นบีอิบรอฮีมเคยสร้างไว้ ? ฉันจึงกล่าวว่า โอ้ศาสนทูตของอัลลอฮ์ : ทำไมท่านไม่ทำให้มันกลับไปมีสภาพเป็นฐานเดิมของนบีอิบรอฮีมละ ? ท่านตอบว่า : หากว่ากลุ่มชนของเธอมิใช่เพิ่งจะผ่านความเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธามาใหม่ๆละก็
อับดุลลอฮ์ อิบนุ อุมัร กล่าวว่า หากว่าท่านหญิงอาอิชะห์ได้ยินเรื่องนี้จากท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม แน่นอนละก็ ฉันก็ไม่คิดว่า ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ได้ทิ้งการสัมผัสสองมุมถัดจากหินโค้งเป็นเรื่องผิดปกติ เนื่องจากกะอ์บะห์นี้มิได้มีฐานรากสมบูรณ์ตามที่นบีอิบรอฮีมได้กระทำไว้” ศอเฮียะห์ บุคอรี ฮะดีษเลขที่ 4124

ในบันทึกของอิหม่ามมุสลิม ได้รายงานด้วยถ้อยคำว่า

لَوْلاَ حِدْثَانُ قَوْمِكِ بِالْكُفْرِ لَفَعَلْتُ

“หากว่ากลุ่มชนของเธอมิใช่เพิ่งจะผ่านความเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธามาใหม่ๆละก็ฉันจะทำ” ศอเฮียะห์ มุสลิม ฮะดีษเลขที่ 2368


ท่านหญิงอาอิชะห์ รายงานว่า ท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

لَوْلاَ أنَّ قَوْمَكِ حَدِيْثُو عَهْدٍ بِجَاهِلِيَّةٍ أوْ قَالَ بِكُفْرٍ لأَنْفَقْتُ كَنْزَ الْكَعْبَةِ فِي سَبِيْلِ اللهِ وَلَجَعَلْتُ بَابَهَا بِالأرْضِ وَلأدْخَلْتُ فِيْهَا مِنَ الْحِجْرِ


“หากว่ากลุ่มชนของเธอมิใช่เพิ่งจะผ่านพ้นยุคญาฮิลียะห์หรือท่านกล่าวว่า ผ่านพ้นการปฏิเสธศรัทธาละก็ ฉันจะจ่ายคลังของกะอ์บะห์ในหนทางของอัลลอฮ์ แล้วทำประตูมันให้ถึงพื้นดิน และฉันก็จะเอาก้อนหินเข้าไปไว้ข้างใน” ศอเฮียะห์ มุสลิม ฮะดีษเลขที่ 2369

لَوْلاَ أنَّ قَوْمَكِ حَدِيْثُو عَهْدٍ بِشِرْكٍ لَهَدَمْتُ الكَعْبَةَ فَالْزَقْتُهَا بِالأرْضِ وَجَعَلْتُ لَهَا بَابَيْنِ بَاباً شَرْقِيّاً وَبَاباً غَرْبِيّاً وَزِدْتُ فِيْهَا سِتَّةَ أذْرُعٍ مِنَ الْحِجْرِ فَإنَّ قُرَيْشاً اقْتَصَرَتْهَا حَيْثُ بَنَتِ الْكَعْبَةَ

“หากว่ากลุ่มชนของเธอมิใช่เพิ่งจะผ่านพ้นยุคแห่งการตั้งภาคีละก็ ฉันจะรื้อกะอ์บะห์แล้วทำให้ประตูของมันถึงพื้นดิน และจะทำประตูสองด้านคือ บานหนึ่งทางทิศตะวันออก, อีกบานหนึ่งทางทิศตะวันตก และฉันจะขยายให้มันกว้างอีกหกศอกจากหิน เพราะแท้จริงแล้วชาวกุรอยซ์ได้ย่อส่วนมันขณะที่บูรณะกะอ์บะห์” ศอเฮียะห์มุสลิม ฮะดีษเลขที่ 2370

อิบนุ อิสฮาก กล่าวว่า : อาคารกะอ์บะห์ในยุคของท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม นั้นมีความสูง 18 ศอก และคลุมด้วยผ้าลินนินจากอียิปต์แล้วต่อมาก็เป็นผ้าลายริ้ว ส่วนผู้แรกที่คลุมอาคารกะอ์บะห์ด้วยผ้าไหมก็คือ อัลฮัจญาจ บิน ยูซบ

อิบนุ กะษีร กล่าวว่า : “อาคารกะอ์บะห์ยังคงอยู่ในสภาพเดิมตามการบูรณะของชาวกุรอยซ์ จนกระทั่งถูกไฟไหม้ในช่วงการเข้ารับตำแหน่งปกครองมักกะห์ของ อับดุลลอฮ์ อิบนิ ซุบัยร์ หลังจากปีที่ 60 ฮิจเราะห์ศักราช และเป็นช่วงปลายยุคการปกครองของ ยะซีด อิบนุ มุอาวียะห์
อิบนุ ซุบัยร์ ได้สร้างกะอ์บะห์ขึ้นอีกครั้งตามรากฐานของนบีอิบรอฮีม โดยเอาอัลฮิจร์ไว้ด้านใน และทำประตูจรดพื้นดินทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ตามที่ท่านได้ยินมาจากน้าสาวของท่านเองคือ ท่านหญิงอาอิชะห์ มารดาแห่งศรัทธาชน ขออัลลอฮ์ทรงพอพระทัยต่อเธอด้วย ซึ่งท่านหญิงอาอิชะห์ได้ฟังเรื่องนี้มาจากท่านรอซูลุ้ลลอฮ์ ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม
อาคารกะอ์บะห์ในยุคการปกครองของ อิบุ ซุบัยร์ มีสภาพตามการรายงานของท่านหญิงอาอิชะห์ จนกระทั่งอิบนุ ซุบัยร์ ถูกสังหารโดย อัลฮัจญาจ อาคารกะอ์บะห์จึงได้ถูกบูรณะขึ้นใหม่อีกครั้งตามคำสั่งของ อับดุลมาลิก บิน มัรวาน” ตัฟซีร อิบนิกะษีร เล่มที่ 1 หน้าที่ 391-392

คำกล่าวของ อิบนิ กะษีร นี้มีคำรายงานยืนยันจากศอเฮียะห์มุสลิม ซึ่งลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไว้ยาวมาก ซึ่งจะขอนำมากล่าวโดยสรุปดังนี้

“อะฏออ์ รายงานว่า อาคารกะอ์บะห์ได้ถูกเผาในช่วงปลายการปกครองของ ยะซีด อิบนุ มุอาวียะห์ ที่แคว้นชาม และเป็นช่วงต้นการเข้ารับตำแหน่งปกครองนครมักกะห์ของ อับดุลลอฮ์ อิบนุ ซุบัยร์ และยังคงมีสภาพเสื่อมโทรมจนกระทั่งถึงฤดูการทำฮัจญ์ บรรดาผู้คนต่างก็รบเร้า อิบนุ ซุบัยร์ ให้ทำการบูรณะอาคารกะอ์บะห์ขึ้นใหม่ ท่านจึงได้ขอความคิดเห็นจากประชาชนว่าควรจะทำเช่นใด ระหว่างการรื้อทั้งหมดแล้วสร้างใหม่ หรือทำการซ่อมแซมเฉพาะส่วนที่ชำรุด
อับดุลลอฮ์ อิบนุ อับบาส ได้แสดงทัศนะว่า ควรจะทำการซ่อมแซมเฉพาะส่วนที่ชำรุดเท่านั้น เพื่อผู้คนจะได้มีความรู้สึกผูกพันกับอาคารกะอ์บะห์เหมือนกับที่เคยมีมาก่อน อิบนุ ซุบัยร์ กล่าวว่า หากบ้านของท่านถูกเผาทำลาย ท่านจะสร้างบ้านของท่านใหม่ไหม ? แล้วนี่คือบ้านของอัลลอฮ์ซึ่งสำคัญกว่าบ้านของท่านเสียอีก แต่ฉันจะวิงวอนขอต่อพระองค์อัลลอฮ์ให้พระองค์มอบทางออกที่ดีให้แก่ฉันเกี่ยวกับกิจการนี้ หลังจาก อิบนุ ซุบับร์ ได้ทำการอิสติคอเราะห์สามครั้ง ท่านก็ได้มีดำริที่จะรื้ออาคารกะอ์บะห์ทั้งหมดแล้วสร้างขึ้นใหม่ แต่ผู้คนก็ยังลังเลเนื่องจากกลัวว่าการรื้อกะอ์บะห์จะทำให้ประสบกับการลงทัณฑ์อย่างใหญ่หลวงโดยฉับพลัน แต่แล้วก็มีชายผู้หนึ่งปีนขึ้นไปด้านบนของอาคารแล้วทยอยโยนหินของอาคารลงมา จนเมื่อบรรดาผู้คนมั่นใจว่าไม่มีพิบัติภัยใดๆเกิดขึ้น พวกเขาจึงช่วยกันรื้ออาคารกะอ์บะห์จนกระทั่งราบถึงพื้นดิน หลังจากนั้นอิบนุ ซุบัยร์ จึงตั้งเสาแล้วก่ออิฐล้อมรอบจนกระทั่งตัวอาคารสูงตระหง่าน ท่านกล่าวว่า ฉันได้ยินท่านหญิงอาอิชะห์ กล่าวว่า

إنَّ النَبِيَّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ : لَوْلاَ أنَّ النَّاسَ حَدِيْثٌ عَهْدُهُمْ بِكُفْرٍ وَلَيْسَ عِنْدِي مِنَ النَفَقَةِ مَا يُقَوِّي عَلَى بِنَائِهِ لَكُنْتُ أدْخَلْتُ فِيْهِ مِنَ الحِجْرِ خَمْسَ أذْرُعٍ وَلَجَعَلْتُ لَهُ بَاباً يَدْخُلُ النَاسُ مِنْهُ وَباَباً يَخْرُجُوْنَ مِنْهُ

“แท้จริงท่านนบี ศ็อลล็อลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า : หากไม่ใช่เพราะผู้คนเพิ่งจะผ่านพ้นยุคของการปฏิเสธศรัทธามาใหม่ๆ และประกอบกับฉันไม่มีทรัพย์เพียงพอที่จะทำการบูรณะมันละก็ ฉันก็จะเอาอัลฮิจร์เข้าไปไว้ด้านในโดยขยายให้มันกว้างอีกห้าศอก แล้วฉันก็จะทำประตูบานหนึ่งเพื่อให้ผู้คนได้เข้าไปข้างใน และก็จะทำประตูอีกบานหนึ่งเพื่อเป็นทางออก”

อิบนุ ซุบัยร์ กล่าวว่า “แต่วันนี้ฉันมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและฉันก็ไม่ต้องกลัวใคร” ดังนั้นเขาจึงขยายมันให้กว้างถึงห้าศอกจากอัลฮิจร์ จนกระทั่งอาคารกะอ์บะห์ได้กลับสู่รากฐานเดิมตามการสร้างของนบี อิบรอฮีม ซึ่งมีความสูงถึง 18 ศอก โดยทำประตูทางเข้าและทางออกคนละด้าน
เมื่อ อับดุลลอฮ์ อิบนุ ซุบัยร์ ถูกสังหาร อัลฮัจญาจจึงได้มีหนังสือไปยัง อับดุลมาลิก บิน มัรวาน เพื่อแจ้งข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ และ อับดุลมาลิก บิน มัรวาน ก็มีหนังสือแจ้งกลับมาว่า “เราไม่ต้องการให้เกิดความด่างพร้อยแก่ อิบนุ ซุบัยร์ แต่อย่างใด ดังนั้นส่วนที่เขาก่อจนสูงกว่าที่เคยมีมาก็ให้ลดส่วนลง และส่วนที่เขาขยายให้กว้างออกไปจากอัลฮิจร์ก็ร่นกลับมาที่เดิม แล้วปิดช่องประตูที่เขาเคยเปิดไว้ ดังนั้น อัลฮัจญาจ จึงทำการรื้อและสร้างกะอ์บะห์ใหม่อีกครั้ง” ศอเฮียะห์ มุสลิม ฮะดีษเลขที่ 2371

จากคำรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เข้าใจได้ว่า เกิดความเข้าใจผิดระหว่างผู้ปกครองและประชาชนในยุคนั้น โดยต่างเข้าใจ